“ปีศาจแดง” เก็บเอริค ไบยี่ ต่อสัญญาออกไปอีก

ต่อสัญญาออกไปอีก

“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยากเก็บ เอริค ไบยี่ ไว้ใช้งานต่อ โดยล่าสุดเลือกตัดสินใจใช้ออปชั่นขยายสัญญาให้ออกไปยาวจนถึงปี 2022 เป็นที่เรียบร้อย

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตัดสินใจใช้ออปชั่นต่อสัญญาให้กับ เอริค ไบยี่ เซนเตอร์แบ็กชาวไอวอรี่วัวสต์ ออกไปจวบจนกระทั่งจบฤดูกาล 2021/22 เรียบร้อย ตามรายงานจาก อีเอสพีเอ็น สื่อกีฬาชั้นนำ เมื่อวันศุกร์ที่ 17 มกราคม ที่ผ่านมา

เดิมที ไบยี่ กำลังจะหมดสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด หลังจบฤดูกาลนี้ แต่ล่าสุด อีเอสพีเอ็น ระบุว่า “ปีศาจแดง” เลือกใช้ออปชั่นขยายสัญญาให้กับเจ้าตัวออกไปอีก 2 ปีเรียบร้อย ถึงแม้ฤดูกาลนี้ อดีตดาวเตะ บียาร์เรอัล วัย 25 ปี ไม่ได้ลงเล่นให้ทีมแม้แต่นัดเดียวก็ตาม แต่ก็เชื่อกันว่า เจ้าตัวใกล้ที่จะกลับมาฟิตสมบูรณ์แล้ว หลังพักแข้งยาวมาตลอด นับตั้งแต่ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงที่หัวเข่าในช่วงปรี-ซีซั่น

ทั้งนี้ ไบยี่ ซึ่งย้ายมาจาก บียาร์เรอัล เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2016 ลงเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้วทั้งสิ้น 74 นัด ทำได้ 1 ประตู

อยากย้ายทีม จนเดินออกจากสนามซ้อม

จนเดินออกจากสนามซ้อม

เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ ตีข่าว แอชลี่ย์ ยัง กัปตันทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการซบ อินเตอร์ จนถึงขั้นเดินออกมาจากสนามซ้อมก่อนกำหนดเมื่อวันที่ 10 มกราคม ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
โดยมันก็พอเพียงจะสอดคล้องกับการที่ ยัง ไม่มีชื่อติดทีม 2 นัดหลังสุด

จนเดินออกจากสนามซ้อม

แอชลี่ย์ ยัง แบ็กซ้ายกัปตันทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ต้องการย้ายไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน มากๆจนกระทั่งเดินออกมาจากสนามซ้อมก่อนกำหนด ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อชื่อก้องของเมืองผู้ดี

ยัง ตกเป็นข่าวกับ อินเตอร์ อย่างหนักตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา แถมเจ้าตัวก็อยากย้ายทีมสุดๆ อย่างไรก็ตาม ที่จริงตอนแรกแข้งวัย 34 ปี ทำท่าว่าจะอดย้ายทีมแล้ว หลังจากที่ อินเตอร์ เตรียมที่จะได้ตัว เลโอนาร์โด้ สปินาซโซล่า แบ็กซ้ายชาวอิตาเลียนมาจาก อาแอส โรม่า ขณะที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ก็อยากให้เขาอยู่ช่วยทีมต่อไปก่อน แต่ไม่นานมานี้มีรายงานว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ตกลงขาย ยัง ให้กับ อินเตอร์ แล้ว และเขาก็เตรียมที่จะรับการตรวจร่างกายกับ อินเตอร์ ในวันศุกร์ที่ 17 มกราคมนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น)

กระทั่งล่าสุด เดอะ ซัน ก็แฉว่าเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม ที่ผ่านมานั้น ยัง ได้เข้าไปคุยบางอย่างกับ โซลชา และพอถึงวันศุกร์ที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา ดาวเตะชาวอังกฤษก็เดินออกจากสนามซ้อมก่อนกำหนดแล้วเข้าไปซ้อมในโรงยิมตัวคนเดียว จนดูเหมือนเป็นการประท้วงที่สโมสรคัดค้านการย้ายทีมของเขา ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็ทำให้ ยัง ไม่มีชื่อแม้กระทั่งเป็นตัวสำรองทั้งเกมลีกนัดที่ต้นสังกัดถล่ม นอริช ซิตี้ 4-0 เมื่อวันเสาร์ที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา และเกม เอฟเอ คัพ รอบ 3 นัดแข่งใหม่ ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เฉือนชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 1-0 เมื่อวันพุธที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา

จนเดินออกจากสนามซ้อม

ข่าวดี “เด็กหงษ์แดง” ฟาบินโญ่ – มาติป ลงสนามซ้อมเรียบร้อยแล้ว

ฟาบินโญ่ – มาติป ลงสนามซ้อมเรียบร้อยแล้ว

สาวก “เดอะ ค็อป” ได้รับข่าวดีก่อนศึกแดงเดือดวันอาทิตย์นี้ เพราะว่าล่าสุดสองแข้งแกนหลัก หงส์แดง อย่าง ฟาบินโญ่ และก็ โฌแอล มาติป ลงฝึกซ้อมเต็มรูปแบบได้เรียบร้อย

ลงสนามซ้อมเรียบร้อยแล้ว

ฟาบินโญ่ แล้วก็ โฌแอล มาติป สองผู้เล่นกำลังสำคัญของ หงส์แดง สโมสรจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลับมาลงฝึกซ้อมเต็มรูปแบบกับเพื่อนพ้องร่วมทีมเรียบร้อย เมื่อวันพุธที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา

ลงสนามซ้อมเรียบร้อยแล้ว

ฟาบินโญ่ พักแข้งมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน เพราะมีปัญหาบาดเจ็บที่ข้อเท้า ส่วน มาติป กลับมาเจ็บซ้ำตรงหัวเข่า และไม่ได้ช่วยทีมมาตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม ทว่าล่าสุดทั้งสองกลับมาลงซ้อมกับเพื่อนๆ ได้แล้ว ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับ ลิเวอร์พูล ที่มีโปรแกรมเปิดรัง แอนฟิลด์ ทำศึกแดงเดือดกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคมนี้

ขณะที่ เดยัน ลอฟเรน เซนเตอร์แบ็กชาวโครแอต ที่มีปัญหาบาดเจ็บตรงกล้ามเนื้อหลังต้นขา ก็ฟื้นตัวได้น่าพอใจ ถึงแม้ยังไม่ได้ลงซ้อมกับเพื่อนๆ ก็ตาม…

ชัดเจนมากขึ้น !!! แฟร์นันด์ส โพสต์ IG ซบแมนยู

ชัดเจนมากขึ้น !!! แฟร์นันด์ส โพสต์ IG ซบแมนยู

บรูโน่ แฟร์นันด์ส มิดฟิลด์ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ทำให้ข่าวลือการย้ายซบ แมนฯ ยูไนเต็ด ชัดเจนมากขึ้น หลังเอาโพสต์ของเอเยนต์ที่เกี่ยวกับการย้ายทีมมาโพสต์ใน อินสตามึงรม ของตัวเอง

บรูโน่ แฟร์นันด์ส มิดฟิลด์กัปตันทีม สปอร์ติ้ง ลิสบอน สโมสรแกร่งที่เวที พรีเมยร่า ลีกา โปรตุเกส เอาโพสต์ที่สื่อเขียนถึงเขาเพื่อรับกระแสข่าวการย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาโพสต์บน อินสตาแกรม โซเชียลเน็ตเวิร์คออนไลน์ชื่อดัง หลังจากที่ รุย กีมาเรส หนึ่งในเอเยนต์ของเขา โพสต์แบบอ้างอิงถึงเจ้าตัว

กระแสข่าวระหว่าง แฟร์นันด์ส กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ถือว่าร้อนแรงอย่างมากตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา โดยถึงแม้สื่อบางเจ้าจะรายงานว่าทั้ง 2 ทีมยังตกลงเรื่องค่าตัวกันไม่ได้ แต่พวกเขาก็ยังเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกันอยู่ ขณะที่สื่อบางรายถึงขั้นบอกเลยว่า แฟร์นันด์ส จ่อที่จะได้ย้ายทีมแล้ว

ทั้งนี้ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กีมาเรส ก็โหมกระแสข่าวให้มันรุนแรงขึ้น ด้วยการกด “ถูกใจ” โพสต์ของ WhoScored สื่อด้านบันทึกสถิติชื่อดังที่บอกว่า “ลิงค์ดูการเจาะลึกคนที่กำลังจะย้ายไปอยู่กับ แมน ยูไนเต็ด : บรูโน่ แฟร์นันด์ส” แถมยังโพสต์ภาพที่มีข้อความบอกถึงผลงานของแข้งวัย 25 ปีจากทาง WhoScored ด้วย

นอกจากนี้ กีมาเรส ยังโพสต์แอคเคาท์ของ แฟร์นันด์ส เพื่อเป็นเหมือนการแจ้งให้อีกฝ่ายรู้ถึงโพสต์ของตัวเองอีกต่างหาก ซึ่งดาวเตะชาวโปรตุกีสก็รีโพสต์ภาพของ กีมาเรส ลงใน อินสตาแกรม ของตัวเองเหมือนกัน

ที่จริง กีมาเรส ก็ทำให้กระแสข่าวการย้ายทีมระหว่าง แฟร์นันด์ส กับ แมนฯ ยูไนเต็ด รุนแรงตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว หลังจากไปกด “ถูกใจ” โพสต์ที่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตยอดกองหลังของ แมนฯ ยูไนเต็ด พูดถึง แฟร์นันด์ส ก่อนที่จะลบแอคเคาท์ ทวิตเตอร์ ของตัวเองทิ้งในเวลาต่อมา…

เจโทร วิลเลี่ยมส์ ออกปากว่า หยุด โรนัลโด้ ยังง่ายกว่าหยุด ตราโอเร่

ออกปากว่า หยุด โรนัลโด้ ยังง่ายกว่าหยุด ตราโอเร่

เจโทร วิลเลี่ยมส์ แนวรับนิวคลาสเซิ่ล เปิดเผยว่า อดาม่า ตราโอเร่ ปีกฟอร์มฮอตของ วูล์ฟแฮมป์ตัน เป็นคนที่รับมือได้ยากที่สุดยามพบกันในสนาม พร้อมกล่าวว่าการเจอกับ โรนัลโด้ ยังรับมือได้ง่ายกว่านี้

แบ็กทีมชาติฮอลแลนด์พึ่งจะได้โอกาสได้ดวลกับ อดาม่า ตราโอเร่ ปีกร่างบึก ในเกมพรีเมียร์ลีกที่ นิวคลาสเซิ่ล บุกไปเสมอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-1 เมื่อสุดสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ซึ่ง เจโทร วิลเลี่ยมส์ มีบทบาทที่จะต้องหยุดการขึ้นเกมของปีกชาวสเปนให้ได้ แม้ว่าจะทำได้ดีในระดับหนึ่ง จนกระทั่งช่วยให้ทีมเก็บ 1 คะแนนจาก โมลินิวซ์ กราวนด์ ได้แต่เจ้าตัวออกมาสารภาพหลังจบเกมว่า เป็นงานยากที่จะหยุด ตราโอเร่ ให้ได้

เจโทร วิลเลี่ยมส์ เผยกับ Northern Echo ว่า “ตั้งแต่ผมเล่นฟุตบอลอาชีพมา ผมเจอกับนักเตะเก่ง ๆ มามากมาย แต่ยังไม่เคยเจอใครที่เร็วพอ ๆ กับ ตราโอเร่ เลย เขาเหมือนกับสัตว์ประหลาด นอกจากเขาจะรวดเร็วแบบไม่น่าเชื่อแล้ว เขายังแข็งแกร่งมากด้วยเช่นกัน”

“เขาเป็นที่รู้จักในนามคนที่วิ่งเร็วที่สุดในวงการฟุตบอลตอนนี้ และผมรู้แล้วว่ามันคือเรื่องจริง ผมเคยเล่นกับ โรนัลโด้ เขาเร็วในระดับนึงเลยหล่ะ แต่ก็ไม่ได้เร็วมากขนาดนั้น แน่นอนเขามีทักษะที่ดีแต่บางทีมันก็เป็นอะไรที่ง่ายกว่าในการรับมือกับเขา ต่างจากคนที่มีความเร็วไม่น่าเชื่อแบบ ตราโอเร่”

อดาม่า ตราโอเร่ โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ในฤดูกาลนี้โดยทำไปแล้ว 4 ประตู กับ 4 แอสซิสต์ และด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งเจ้าตัวเคยถูกทาบทามให้เป็นนักอเมริกันฟุตบอลมาแล้วอีกด้วย…

อดีตยอดปราการหลัง หงส์แดง ยกย่อง เจอร์เก้น คล็อปป์

ยกย่อง เจอร์เก้น คล็อปป์

ยกย่อง

เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตยอดด่านหลังของ หงส์แดง ออกโรงเชิดชู เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ “ลิเวอร์พูล” กับทีมงานของเจ้าตัว ในกรณีที่ซื้อนักฟุตบอลที่ไม่ได้โด่งดังอะไรมาปั้นจนกระทั่งกลายเป็นแข้งชั้นเยี่ยมได้ ไม่ใช่ไปไล่ซื้อแข้งระดับซูเปอร์สตาร์มาร่วมทีม

เจมี่ คาร์ราเกอร์ ตำนานกองหลังของ หงส์แดง ยอดสโมสรที่เวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวชมเชย เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมฟุตบอล “ลิเวอร์พูล” และก็คณะทำงานของ คล็อปป์ ซึ่งสามารถปั้นนักฟุตบอลที่ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังให้แปลงเป็นแข้งฝีเท้าดีได้ หลังจากที่ดึงแข้งเหล่านั้นมาร่วมทีมได้แล้ว

อดีตยอดปราการหลัง หงส์แดง ยกย่อง เจอร์เก้น คล็อปป์

หลังจากที่ คล็อปป์ เข้ามากุมบังเหียน ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงเดือนตุลาคม ปี 2015 แล้วนั้น เขาก็ซื้อนักเตะบางรายมาร่วมทีม อย่างเช่น แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม, อลีสซง เบ็คเกอร์ เป็นต้น ซึ่งแต่ละคนก็พัฒนาฝีเท้าได้ดีจนกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมในตอนนี้

คาร์ราเกอร์ กล่าวว่า “มันไม่ใช่ว่า ลิเวอร์พูล แค่ซื้อนักเตะที่มีความสามารถอันยอดเยี่ยมที่ทีมอื่นๆ ไม่เห็นถึงคุณภาพของนักเตะเหล่านี้มาร่วมทีมสักหน่อย โรเบิร์ตสัน มาจาก ฮัลล์, ไวจ์นัลดุม มาอยู่กับทีมหลังตกชั้นกับ นิวคาสเซิ่ล, ซาลาห์ เคยอยู่กับ เชลซี, มาเน่ เล่นใน พรีเมียร์ลีก อยู่แล้ว ฯลฯ มันก็แค่ว่าพวกเขาไม่ได้ติดต่อไปหาบรรดาสโมสรชั้นยอดแล้วซื้อนักเตะที่เก่งที่สุดของทีมชั้นนำมาร่วมทีมสักหน่อย”

“การซื้อนักเตะน่ะมันไม่ใช่ปัญหาเลย สิ่งที่สำคัญคือเรื่องที่ว่าคุณทำยังไงกับพวกเขาเหล่านั้นต่างหาก บางครั้งเราก็ลืมถึงเรื่องนั้นไปซะสนิท พอคุณมีนักเตะแบบนั้นอยู่ในทีมแล้วน่ะ คุณก็ต้องทำให้พวกเขาเก่งขึ้นให้ได้ และ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็อาจจะไม่ได้รับเครดิตในด้านการทำงานในฐานะโค้ชของเขามากพอ ลิเวอร์พูล ไม่ได้ซื้อซูเปอร์สตาร์ พวกเขาสร้างซูเปอร์สตาร์ขึ้นมาต่างหาก”…

คาร์โล อันเชลอตติ ประกาศดับหงส์แดงได้

ประกาศดับหงส์แดงได้

คาร์โล อันเชลอตติ ผู้จัดการทีมป้ายแดงของ เอฟเวอร์ตัน ระบุ ตนมีดีพอที่จะนำทีมบี้ หงส์แดง ได้ โดยอีกทั้ง 2 ทีมมีคิวเจอกันในเกม เอฟเอ คัพ รอบ 3 วันที่ 5 มกราคม 2562 นี้

คาร์โล อันเชลอตติ ผู้จัดการทีมฟุตบอลคนใหม่ของ เอฟเวอร์ตัน สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ บอกว่าตนสามารถนำทีมเอาชนะ หงส์แดง คู่ปรับร่วมเมืองได้อย่างแน่นอน

อันเชลอตติ เพิ่งจะได้รับการแต่งตั้งเข้ามาคุม เอฟเวอร์ตัน เมื่อวันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม 2562 ก่อนหน้านี้ หลังโดนปลดออกจากการเป็นเทรนเนอร์ นาโปลี เมื่อราว 10 วันก่อนหน้านั้น โดยจุดมุ่งหมายสำคัญของเขาในเวลานี้เป็นพาทีมหนีจากโซนตกชั้นให้ได้ก่อน เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” อยู่ที่ 15 ของตารางคะแนน

อันเชลอตติ เผยว่า “บรรดาเอฟเวอร์โตเนียนรู้ดีว่าสถิติของผมกับ ลิเวอร์พูล เป็นยังไง (อันเชลอตติ ชนะ 7 เกม จากทั้งหมด 12 นัดที่คุมทีมเจอกับ ลิเวอร์พูล) พวกเขาจะพอใจกับมันแน่ๆ อย่างฤดูกาลนี้ผมก็เคยชนะ ลิเวอร์พูล มาแล้ว มันถือเป็นเกมที่มีการแข่งขันกันอย่างมาก และมีแรงกระตุ้นสูงสุดๆ มันเเป็นเกมที่ทำให้ผมรู้สึกดี พูดกันตามตรงนะ ผมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ เกมที่เจอกับพวกเขาถือเป็นเกมที่น่าตื่นเต้นอยู่เสมอ”

“แน่นอนว่าผมเคยเอาชนะพวกเขาได้ แต่พวกเขาไม่คุ้นเคยกับความพ่ายแพ้ มันถือเป็นวันที่ดีสำหรับผม ผมรู้ดีว่าชาวเอฟเวอร์โตเนียนอยากเห็นทีมของพวกเขาเอาชนะ ลิเวอร์พูล มากแค่ไหน และเราก็ไม่ต้องรอนานเพื่อที่จะทำอย่างนั้นด้วย เพราะเรามีคิวเจอกับพกวเขาในวันที่ 5 มกราคมนี้ (เกม เอฟเอ คัพ รอบ 3) ดังนั้นเราเลยจะได้เจอกับพวกเขาในเร็วๆ นี้ มันไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ในโลกของฟุตบอลน่ะมันไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอก”…

ทาบทาม เฟร็ดดี้ ลุงเบิร์ก เป็นนายใหญ่คุมบังเหียนทัพ

เป็นนายใหญ่คุมบังเหียนทัพ

สื่อจากสวีเดน กล่าวมาว่า มัลโม่ ได้ติดต่อทาบทาม เฟร็ดดี้ ลุงเบิร์ก ไปเป็นนายใหญ่คนใหม่ของทีม ภายหลังจาก อาร์เซน่อล ได้แต่งตั้ง มิเกล อาร์เตต้า เข้ามาเป็นที่ปรึกษาคนใหม่

มัลโม่ สโมสรในศึกสวีเดน ออลสเวนส์คาน ได้เจรจาติดต่อทาบทาม เฟร็ดดี้ ลุงเบิร์ก มาเป็นกุนซือคนใหม่ หลังจาก อาร์เซน่อล ประกาศแต่งตั้ง มิเกล อาร์เตต้า เข้ามาเป็นนายใหญ่คนใหม่ในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ตามรายงานจาก Sportal สื่อจากแดนไวกิ้ง

ที่ปรึกษาวัย 42 ปี พา “ปืนใหญ่” เก็บชัยได้เพียงแต่นัดเดียวเพียงแค่นั้นจาก 5 เกมหลังถูกแต่งตั้งมาเป็นผู้จัดการทีมชั่วครั้งคราวของ อาร์เซน่อล แทน อูไน เอเมรี่ ที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งหลังพาทีมทำผลงานย่ำแย่ โดยหลังจบเกมที่ ลุงเบิร์ก พาทีมเปิดบ้านแพ้ แมนฯ ซิตี้ 0-3 ในเกมลีก ทำให้สโมสรรีบเจรจาดึง อาร์เตต้า เข้ามาเป็นที่ปรึกษาคนใหม่ ซึ่ง ลุงเบิร์ก ก็ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะอยู่ทำงานในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถัดไปไหม หลังคุม “ปืนใหญ่” นัดสุดท้ายบุกไปเสมอ เอฟเวอร์ตัน 0-0 ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม ก่อนหน้าที่ผ่านมา ก่อนที่จะอาร์เตต้า จะเข้ามารับไม้ต่อ

ล่าสุดสื่อจากดินแดนไวกิ้งระบุว่า มัลโม่ ได้ติดต่อทาบทาม ลุงเบิร์ก ไปเป็นที่ปรึกษาแทน อูเว่ รอสเลอร์ นายใหญ่คนปัจจุบัน และก็ทั้งคู่ได้พูดคุยกันไปแล้ว ก่อนที่จะ อาร์เตต้า จะกลับมาที่ อาร์เซน่อล หลังจาก ลุงเบิร์ก มีความสัมพันธ์ที่ดีกับ แดเนียล แอนเดอร์สัน ผู้อำนวยการของมัลโม่ทำให้เพิ่มโอกาสที่อดีตปีกชุดแชมป์ไร้ปราชัยจะเลือกย้ายไปกุมบังเหียนในประเทศถิ่นกำเนิด…

2 คนใหม่ เข้าชาร์ต ท็อป10 ผู้จัดการทีมฟุตบอลค่าจ้างแพง

ผู้จัดการทีมฟุตบอลค่าจ้างแพง

เปิด 10 อันดับผู้จัดการทีมฟุตบอลใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ได้ค่าเหนื่อยแพงสุด หลัง อาร์เซน่อล และก็ เอฟเวอร์ตัน ได้นายใหญ่คนใหม่แล้ว แล้วก็ติดเข้ามาในชาร์ตทั้งคู่

เอฟเวอร์ตัน ประกาศแต่งตั้งให้ คาร์โล อันเชลอตติ ผู้จัดการทีมฟุตบอลคนที่ใครๆก็รู้จักชาวอิตาเลียน เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลคนใหม่ในถิ่น กูดิสัน พาร์ค อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา โดยเซ็นสัญญาเป็นเวลา 4 ปีครึ่ง หรือจนกระทั่งจบฤดูกาล 2023/24

ก่อนหน้าที่ผ่านมา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อาร์เซน่อล อีกหนึ่งทีมดังใน พรีเมียร์ลีก ก็เพิ่งแต่งตั้งให้ มิเกล อาร์เตต้า ตำนานมิดฟิลด์ชาวสแปนิช เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลใหม่ในรัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เช่นกัน

รายงานระบุว่า อาร์เตต้า ได้ค่าจ้างจาก “ปืนใหญ่” จำนวน 5 ล้านปอนด์ (โดยประมาณ 190 ล้านบาท) ต่อฤดูกาลในสัญญา 3 ปีครึ่ง ส่วน อันเชลอตติ ได้จาก “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ซีซั่นละ 14 ล้านปอนด์ (โดยประมาณ 532 ล้านบาท) แม้กระนั้นในนี้รวมโบนัสถ้าหากพาทีมรอดตกชั้น 2.5 ล้านปอนด์ (โดยประมาณ 95 ล้านบาท) ด้วย ทำให้หากคิดเพียงแค่ค่าจ้างจะอยู่ที่ 11.5 ล้านปอนด์ (โดยประมาณ 437 ล้านบาท) ต่อปี

ในขณะนี้ ผู้จัดการทีมฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ที่รับค่าแรงมากสุดยังคงเป็นของ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ได้รับ 20 ล้านปอนด์ (โดยประมาณ 760 ล้านบาท) ต่อปี

อันดับผู้จัดการทีมฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ที่ได้ค่าเหนื่อยมากสุดในเวลานี้

1. โจเซป กวาร์ดิโอล่า

(แมนฯ ซิตี้)
20 ล้านปอนด์ต่อฤดูกาล

2. โชเซ่ มูรินโญ่

(สเปอร์ส)
15 ล้านปอนด์ต่อฤดูกาล

2. เจอร์เก้น คล็อปป์

(ลิเวอร์พูล)
15 ล้านปอนด์ต่อฤดูกาล

4. คาร์โล อันเชล็อตติ

(เอฟเวอร์ตัน)
11.5 ล้านปอนด์ต่อฤดูกาล

5. เบรนแดน ร็อดเจอร์ส

(เลสเตอร์)
10 ล้านปอนด์ต่อฤดูกาล

6. โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

(แมนฯ ยูไนเต็ด)
7.5 ล้านปอนด์ต่อฤดูกาล

7. มานูเอล เปเยกรีนี่

(เวสต์แฮม)
7 ล้านปอนด์ต่อฤดูกาล

8. ราล์ฟ ฮาเซ่นฮัทเทิ่ล

(เซาธ์แฮมป์ตัน)
6 ล้านปอนด์ต่อฤดูกาล

9. แฟร้งค์ แลมพาร์ด

(เชลซี)
5.5 ล้านปอนด์ต่อฤดูกาล

10. มิเกล อาร์เตต้า

(อาร์เซน่อล)
5 ล้านปอนด์ต่อฤดูกาล

ผู้จัดการทีมฟุตบอลค่าจ้างแพง…

โชเซ่ มูรินโญ่ เผยเหตุผลในเลือกกุนซือ

เผยเหตุผลในเลือกกุนซือ

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมฟุตบอล สเปอร์ส ระบุ คนใหญ่คนโตของทีมบอลสมัยนี้ถูกใจสนใจคนที่พาทีมแพ้น้อยมากกว่าคนที่มีประสบการณ์และก็ไปถึงเป้าหมาย อย่างเช่น คาร์โล อันเชลอตติ ที่บรรลุเป้าหมายเป็นอย่างมาก แต่ว่าถูกคิดว่าความสามารถตกลงเนื่องจากว่าพาทีมแพ้เยอะ
โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมฟุตบอล ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรชั้นนำแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่าสมัยปัจจุบันนี้เหล่าผู้บริหารของสโมสรฟุตบอลชอบมองว่าผู้ที่พาทีมแพ้น้อยเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลชั้นยอด โดยที่ไม่สนใจว่าเค้าเหล่านั้นจะมีสถิติชนะกี่เกม หรือทำทีมก้าวหน้าเท่าใด

ช่วงปลายปี 2019 มีหลายทีมที่ทำเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีม อย่างเช่น สเปอร์ส ที่เอา มูรินโญ่ มาคุมทีมแทน เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ และก็ มิเคล อาร์เตต้า ที่ได้กุมบังเหียน อาร์เซน่อล เป็นต้น ซึ่งรายของ อาร์เตต้า มีกูรูบางบุคคลคิดว่ามันเป็นการตัดสินใจที่เสี่ยงพอสมควรของบอร์ดบริาร “ไอ้ปืนใหญ่” เมื่อพิจารณาถึงการที่สมัยก่อนดาวเตะชาวสแปนิชยังไม่เคยคุมทีมไหนมาก่อนเลย

มูรินโญ่ เผยว่า “สิ่งเดียวที่ผมรู้ และถือเป็นเรื่องที่น่าขำนิดๆ นั่นก็คือถ้าเป็นเมื่อหลายปีก่อนน่ะบรรดาคนที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้จัดการทีมชั้นยอดคือคนที่พาทีมชนะมากกว่าแพ้ แต่พอตอนนี้คนที่ถูกมองว่าเป็นผู้จัดการทีมชั้นนำกลับเป็นคนที่พาทีมแพ้น้อยที่สุด (โดยที่ไม่สนว่าจะชนะมากน้อยแค่ไหน)”

“ยกตัวอย่างเช่น อันเชลอตติ คือคนที่ได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัย, ได้แชมป์ลีกทั้งในอิตาลี, ฝรั่งเศส และ อังกฤษ รวมถึงได้แชมป์บอลถ้วยในหลายๆ ประเทศ แต่ อันเชลอตติ แพ้สักเท่าไหร่นะ ประมาณ 200 เกมใช่ไหม ? ส่วนผมแพ้ไป 150-180 เกม แต่มันก็เป็นเพราะ คาร์โล แก่กว่าผมนิดหน่อย”

“ผมคิดว่าทุกวันนี้สิ่งที่สำคัญมันไม่ใช่ว่าคุณชนะกี่นัด แต่เป็นเรื่องที่ว่าคุณไม่แพ้กี่เกม ดังนั้นบรรดาผู้จัดการทีมที่เก่งที่สุดในตอนนี้ก็คือคนที่ไม่แพ้ใครเลย สาเหตุเดียวที่พอจะทำให้ผมเข้าใจได้ว่าทำไมเป็นอย่างนั้นก็เพราะบรรดาผู้บริหารคงดูเรื่องประวัติ และเจอทั้งกุนซือที่พาทีมแพ้เยอะ กับคนที่พาทีมแพ้น้อย ดังนั้นพวกที่พาทีมแพ้น้อยก็เลยได้งาน ผมหาเหตุผลอื่นไม่ได้อีกแล้วล่ะ”