ปั้นจั่น ปรมะ ขอโทษ ดราม่า #อยากแปลกไม่เเดกคนละครับ แค่สะเทือนใจ

ปั้นจั่น ปรมะ วันที่ 8 มี.ค. ที่ซีคอนบางแค ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย มาร่วมพิธีเปิดงานมหกรรม Bangkok Brand 2019

ปั้นจั่น ปรมะ พร้อมให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่โพสต์ข้อความไม่เห็นด้วย ที่รายการแข่งขันทำอาหาร มาสเตอร์เชฟ ไทยแลนด์ นำปลากระเบนนกหายาก มาให้ผู้เข้าแข่งขันทำอาหาร พร้อมติด #อยากแปลกไม่เเดกคนละครับ จนเป็นกระแสดราม่าเดือดในโลกออนไลน์ ถึงขั้นชาวโซเชียลยุ ฐิสา-วริฏฐิสา ไม่อยากให้คบด้วย?

อยากจะชี้แจงอะไรถึงดราม่าที่เกิดขึ้นบ้าง?

“หลังจากที่โพสต์ไปก็มีกระแสในโซเชียลทั้งในทวิตเตอร์และไอจี มีคนมาคอมเมนต์ แต่ยังไม่ได้มีโอกาสพูด ยังไม่ได้เขียนหรือตอบอะไร เพราะรู้ว่าจะต้องมีงานและรู้ว่าพี่ๆ จะมาสัมภาษณ์ จะได้ตอบทีเดียวเลย ก่อนอื่นผมต้องขอโทษด้วยสำหรับแฮชแท็กที่อาจจะทำให้ไปกระทบความรู้สึกของแฟนๆ รายการ รวมถึงผู้เข้าแข่งขัน คณะกรรมการผู้มีคุณวุฒิทั้งหลาย บอกด้วยความจริงใจเลยว่าตอนที่เขียนไม่ได้มีเจตนาที่จะต่อว่าหรือทำให้รู้สึกไม่ดี คือเวลาเราเขียนแฮชแท็กก็ต้องทำให้เป็นแฮชแท็กที่น่าสนใจ ผมต้องขอโทษด้วยที่อาจจะคิดน้อยไปหน่อยและใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม อันนี้จะเป็นบทเรียนที่ทำให้ผมระวังในการเล่นโซเชียลมากกว่านี้ ไม่ใช้คำหยาบคายที่จะส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของคนอื่นแบบนี้อีกแล้ว แต่โดยส่วนตัวแล้วสิ่งที่พูดไปผมรู้สึกจากใจจริงๆ”

เจตนาที่โพสต์ตอนนั้นยอมรับว่ามาจากการที่เราดูรายการ?

“ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ มองว่าเป็นข้อแก้ตัวก็ตาม บอกตรงๆ ว่าผมไม่ได้แก้ตัว ผมติดตามรายการมาสเตอร์เชฟมาตั้งแต่ซีซั่นแรก แต่ซีซั่นนี้ไม่ได้ดู เพราะปกติผมจะตามดูในยูทูป ผมไม่ทราบจริงๆ ว่าเป็นของช่องไหน ผมเห็นข่าวแล้วรู้สึกสะเทือนใจ เพราะผมเป็นคนรักธรรมชาติและชอบท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ก็ต้องขอโทษด้วย”

ตกใจมั้ย เพราะกระแสแรงมาก?

“ตกใจนะครับ จากเรื่องหนึ่งกลายไปเป็นอีกเรื่องที่เข้าใจว่าผมไปดิสเครดิตช่องเขา เราคนในวงการเดียวกัน ผมทราบดีเรื่องมารยาท ไม่เคยคิดว่าช่องไหนจะมานั่งดิสเครดิตกัน เพราะผมทำงานกับทุกที่และรู้จักกับผู้ใหญ่ในสาขาต่างๆ ไม่เคยคิดเลยว่ามันจะส่งผลกระทบ แค่นี้ก็ส่งผลกระทบไม่ใช่แค่กับตัวผมเดียว แต่ลามไปถึงคนที่อยู่รอบตัวผมด้วย ยังไงก็ต้องขอโทษ ขอให้ทุกคนเข้าใจและให้อภัยในสิ่งที่ผมทำลงไปด้วย ไม่อยากให้ไปถามหรือหาอะไรก็แล้วแต่กับคนอื่น ถ้าเกิดว่ามีอะไรขอให้มาที่ผม ให้ผมเป็นคนพูด เป็นคนอธิบาย เพราะคนอื่นไม่เกี่ยวข้องกับการลงโซเชียลครั้งนี้ของผม”

ปั้นจั่น ปรมะ

พอโพสต์ปุ๊บคนก็ไปขุดคุ้ยกับสิ่งที่เราเคยทำ ว่าเราเคยเป็นคนพาไปชิมหูฉลาม?

“ที่จริงรายการนั้นเป็นเทปส่งมาจากญี่ปุ่น ผมเป็นเหมือนแค่คนบอกเล่า ไม่ได้เป็นคนไปชิม ถามว่าผมเคยทานหูฉลามมั้ย ผมเชื่อว่า 90 เปอร์เซ็นต์คนในเอเชียเคยทานกัน แต่ ณ วันนี้เราหยุดทาน ผมก็ต้องขอโทษด้วย เป็นวิจารณญาณของแต่ละคนว่าจะหยุดหรือจะกิน เราไม่สามารถไปห้ามใครได้ แค่บอกต่อแล้วรณรงค์ ถ้าเขายังไม่เลิกก็ไม่ใช่ความผิด เพราะมันยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่ยังไม่ถูกปกป้อง ยังไม่ได้อยู่ใน พรบ.คุ้มครอง สำหรับตัวผมเอง ผมไม่กล่าวโทษใครทั้งนั้น สิ่งที่ผมทำไปไม่ได้มีเจตนาไปสื่อให้ใครเสียความรู้สึก แต่สำหรับคนรักสัตว์เวลาพูดถึงเรื่องนี้เราจะรู้สึกสะเทือนใจ กระทบใจเราค่อนข้างมาก”

เครียดกับกระแสตีกลับมาหาเรายังไงบ้าง?

“จะบอกว่าไม่เครียดเลยก็ไม่ได้ หลายคอมเมนต์ก็บอกให้ไม่ต้องไปอ่าน แต่ผมอดไม่ได้ที่จะไม่อ่าน ผมต้องอ่านเพื่อจำเป็นบทเรียนว่าจะต้องปรับปรุงแก้ไขยังไง ผมกล้ารับปากว่าเรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นอีกในชีวิต เพราะผมจะไม่ไปแตะอะไรกับโซเชียลอีกแล้ว รู้สึกว่าเป็นเรื่องเซนซีทีฟ และไม่มีใครเข้าใจเราทั้งหมด บางทีข้อความที่จะสื่อออกไปในหนึ่งคำนั้นอาจจะถูกตีความหมายไปได้เป็น 10 เป็น 100 เหมือนที่เกิดขึ้น ผมไม่รู้เลยว่าจะออกมาเป็นแบบไหน เอาเป็นว่า ณ วันนี้ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ และจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วครับ

หลังจากนี้การวิจารณ์หรือการโพสต์ของเราต้องคิดมากขึ้นไหม?

“ณ วันนี้ตัดสินใจแล้วครับ ว่าเราจะไม่วิจารณ์อะไร ใดๆ กับใครทั้งสิ้นแล้ว อาจจะเป็นบทเรียนที่เราเพิ่งแก้ไข ผมเองก็อยู่วงการมานาน รู้สึกว่าตัวเองก็ระวังในทุกฝีก้าว แต่ว่าคงจะระวังไม่พอ ทั้งนี้คงจะเข้าใจทุกๆ อย่างแล้วครับ จะทำอะไรก็จะทำกับตัวเอง คงไม่เข้าไปก้าวก่ายในส่วนของใครแล้วทั้งสิ้น”

มีผู้ใหญ่เข้ามาถามบ้างไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?

“ผมว่าหลักๆ แล้ว คนที่อยู่ในวงการหรือพี่ๆ รอบตัว เข้าใจในเจตนา สำหรับคนที่รู้จักผม ที่จริงบางคนก็ไม่มีอะไรให้กำลังใจ เพราะเขารู้เจตนามากกว่า ส่วนผมเองไม่ได้มีเจตนาก้าวล่วงหรือไปพูดเสียดสี หรือไปให้ร้ายรายการ หรือผู้ใหญ่ในรายการทั้งสิ้น เพราะก็เป็นผู้ใหญ่ที่ผมเคารพและติดตามผลงานมาตลอด อย่างตอนที่ผมทวิต ผมไม่คิดว่าจะกระทบถึงผู้ใหญ่สักคน ด้วยความที่ผมอาจจะคิดน้อยไป ขอโทษจริงๆ ครับ”

หลังจากนี้จะห่างจากการเล่นโซเชียลไปสักพักเลยไหม?

“คงไม่ครับ ผมคงใช้ชีวิตตามปกติ สิ่งที่ผมโพสต์ไป ผมบอกตรงๆ ว่า ผมคงจะไม่ลบหรืออะไรทั้งสิ้น เพราะหนึ่งผมทิ้งไว้ให้เป็นบทเรียนกับตัวผมเอง ก็ไม่มีอะไรครับ”

ตอนนี้มีคนถึงขั้นยุ ไม่อยากให้เราคบกับ ฐิสา แล้ว เขาโยงมาจากเรื่องดราม่า เรารู้สึกยังไงบ้าง?

“อันนี้ไม่ขอตอบแล้วกันครับ ผมว่ามันก็แล้วแต่ มันคนละเรื่องกัน แต่ถามว่าน้องมีผลกระทบมั้ย ผมก็เข้าใจ มันพูดยากเนอะ สิบเท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง ผมเองก็เป็นคนทั่วไป มีผิดพลาดเป็นธรรมดา แต่สิ่งสำคัญคือผมพร้อมที่จะแก้ไข ต้องขอโทษด้วยในสิ่งที่ทำให้แฟนๆ ของทั้งผมและของน้องผิดหวัง ผมคงจะแก้ไขปรับปรุงตัว พิจารณาในสิ่งที่ตัวเองทำให้มากกว่านี้ ปกติก็พยายามระวังทุกอย่างอยู่แล้ว ต้องขอโทษจริงๆ ครับ”

ถามถึงเรื่องงานบอลช่อง 3 มีคนแซวว่าเราพกอะไรไปทานในสนามด้วยเปล่า เห็นรูปยัง?

“เห็นภาพครับ ตลกดี ที่จริงเรื่องนี้คือมันแว๊บเดียวเองนะ และเราก็ยิงไม่เข้า”

แต่มันค่อนข้างโดดเด่นพอสมควร?

“อาจจะเป็นเพราะกางเกงผ้าร่ม”

เราไม่ได้ใส่เซฟ ใส่สเตย์?

“ผมว่าคนอื่นก็คงไม่ได้ใส่เซฟนะ คือใส่เซฟแล้วมันอึดอัด ผมก็ระวังมาโดยตลอด เพราะเรื่องนี้มันก็อยู่วนเวียนรอบตัวเรา เราเลยระวังเป็นพิเศษ แต่ช็อตนั้นไม่คิดจริงๆ ว่าจะเป็นอย่างนั้น พอเห็นก็ตกใจ ฮาดี ยังไงพี่ๆ แฟนๆ ก็ยังให้ความสนใจ แต่ที่ไม่ใช่ที่หน้าเราเท่านั้นเอง(หัวเราะ)”

มีคนแซวไหม?

“ส่วนใหญ่จะเป็นพี่ๆ ในกลุ่ม และพี่ๆ พี่ฝน(ผู้จัดการ) แบบโอ้โห งามไส้อีกแล้ว คือถึงแม้เราจะระวังแล้วก็ตามครับ แต่ไม่เป็นไร ผมถือว่าเป็นเรื่องตลกๆ แต่ก่อนเราอาจจะหงุดหงิดกับเรื่องพวกนี้นะ แต่ว่า ณ วันนี้ อะไรก็ปลงหมดแล้ว ธรรมะช่วยได้ ธรรมะสวัสดี”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.khaosod.co.th

Writen by RandyFloyd

Join the discussion

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *