About RandyFloyd

Here are my most recent posts

อยากตอบแทนแผ่นดิน โตโน่ เมินถูกมองสร้างภาพเก็บขยะ วอนคนไทยช่วยกัน

อยากตอบแทนแผ่นดิน ทนเห็นประเทศไทยติดอันดับมีมลพิษทางอากาศแย่ที่สุดไม่ได้ นักร้องหนุ่ม โตโน่ ภาคิน

อยากตอบแทนแผ่นดิน โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ทุ่มสุดตัวลงพื้นที่เก็บขยะด้วยตัวเอง ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด หวังปลูกจิตสำนึกคนไทยช่วยกันทิ้งขยะให้เป็นที่ มีโอกาสเจอเจ้าตัวในงานเบอร์รี่เพิร์ล เซเลบริตี้ อวอร์ด ครั้งที่ 2 จึงได้ถามถึงจุดเริ่มต้นในการทำโครงการเก็บรักษ์
โดย โตโน่ เผยว่า “จริงๆ แล้วก็คือมีความรู้สึกว่าจะตอบแทนอะไรแผ่นดินได้บ้าง ผมคิดไว้นานแล้วนะว่าเราจะทำยังไงให้ในตอนที่ยังมีแรงอยู่ ในตอนที่ยังมีคนฟังผม ยังมีคนมาสัมภาษณ์ผม ผมจะตอบแทนสังคมยังไงได้บ้าง เพราะการที่มีทุกวันนี้ได้ก็ไม่ใช่เพราะผมอย่างเดียว ไม่ใช่เพราะผมเก่ง หรือไม่ใช่เพราะผมหล่อ

แต่ผมโชคดีที่มีคนรัก มีคนเมตตาผม คนไทย รวมถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราจะตอบแทนยังไงได้บ้าง ก็เลยคิดเอาไว้ว่าการเปลี่ยนจากประเทศที่ มักจะติด 1 ใน 10 อันดับที่มันไม่ดี เช่น เราติดอันดับ 6 ประเทศที่ปล่อยขยะลงทะเลมากที่สุดของโลก เราติดหนึ่งในสิบประเทศที่มีมลพิษทางอากาศมากที่สุดในโลก ก็เลยคิดว่าจะทำยังไงที่จะเปลี่ยนจาก หนึ่งในสิบที่แย่ที่สุด เป็นหนึ่งในสิบที่ดีที่สุดให้ได้ รู้ว่ามันยากครับ เพราะเป็นเรื่องของจิตสำนึกคน แต่ตอนนี้ยังมีแรงก็เลยอยากลองดู”

เราไปเจอมากับตัวหรือว่าอย่างไร ?
“จริงๆ มันเจอกับตัวด้วย แล้วผมคิดว่าทุกคนก็เจอกับตัวเหมือนกัน มันหนักขึ้นเรื่อยๆ สังเกตมั้ย ไม่ว่าจะเป็นขยะในน้ำ ขยะตามข้างถนน ขยะใต้ทางด่วน หรือแม่กระทั่งตอนนี้มันมาเคาะหน้าบ้านแล้ว แค่เปิดประตูบ้านออกมาก็เริ่มใส่หน้ากากแล้ว นั่นก็คือทางอากาศ ดังนั้นอะไรที่มันจะไม่ให้โทษกับใครเลย ถ้าเป็นในเรื่องของการจะช่วยอะไรที่จะให้ทุกคนได้ด้วยกันหมด ถ้าเกิดเรามีประเทศที่สะอาดขึ้น”

อยากตอบแทนแผ่นดิน 

“เรามีประเทศที่มีอากาศดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนรวยหรือคนจน หรือทำอาชีพอะไร เราได้ใช้อากาศเดียวกันหมด มันไม่มีข้อเสียกับใครเลย ก็อยากจะทำตรงนี้ให้สำเร็จ แต่การที่ผมมาเก็บขยะ ผมคนเดียวมันไม่สามารถทำให้ประเทศเราสะอาดขึ้นมาได้หรอกครับ แต่อย่างน้อยๆ ถ้าเป็นการที่จะช่วยกันปลูกจิตสำนึก ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ที่ผมตั้งชื่อว่าเก็บรักษ์ ก็เพราะว่าทุกๆ อย่างขึ้นอยู่ที่มือของเรา ว่าเราเลือกที่จะเก็บมั้ย เราเลือกที่จะทิ้งตรงไหน เราเลือกที่จะใช้อะไร ผมก็เลยคิดว่าโครงการที่ผมอยากทำ คืออยากทำตรงนี้ อยากทำให้มันได้ก็ต้องให้ทุกคนช่วยด้วย”

ตามจุดประสงค์ของเราตั้งใจทำจริงจังขนาดไหน ?
“ตอนนี้เรายังไม่ได้รับบริจาคเงินอะไร ตอนนี้ใช้เงินของเราเองทั้งหมด ผมโชคดีได้มาเล่นคอนเสิร์ต ได้เล่นละคร ได้พรีเซนเตอร์ ผมก็เอาเงินที่ผมมีมาทำตรงนี้ ส่วนใครจะมาร่วมก็มาด้วยใจ ทุกคนมาช่วยกันก็ดีใจ ไม่ได้คิดว่าต้องเป็นมูลนิธิหรืออะไร คิดแค่ว่าในตอนที่เรายังหายใจอยู่หรือตอนที่เรายังมีแรงทำ

ผมอยากเห็นวันนั้นที่ไทยเราติด 1 ใน 10 ประเทศที่สะอาดที่สุดในโลก ไทยเราติดประเทศที่มีสิ่งแวดล้อมดีที่สุดในโลก ถ้าวันนึงผมมีภรรยามีลูก ผมก็อยากให้ลูกผมได้เห็นว่ายังมีป่าที่อุดมสมบูรณ์ในเมืองไทย ยังมีปะการังที่สวยงาม ยังมีอากาศที่ดีๆ ในเมืองไทย เออ ชีวิตมันก็มีความหมายขึ้น”

“บางทีชาวบ้านใช้วิธีการเผาขยะ ยิ่งเผามันก็ยิ่งเป็นมลพิษ เราก็เลยไปเคลียร์ขยะตรงนั้นซะ โดยที่เอาขยะพวกนั้นไปทิ้งในที่ที่ถูกต้อง คือจ้างรถขยะไปกำจัดให้ถูกวิธี การที่ทำโครงการนี้มามันไม่ได้หมายความว่า ทีมเก็บขยะหรือภาครัฐไม่ดีนะครับ เพียงแต่ผมมีความคิดว่า ถนน ข้างทาง หรือที่สาธารณะอะไรก็ตามแต่ มันไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่ไปบอกว่ามันเป็นหน้าที่ของหลวงก็ให้เขาจัดการสิ แต่ผมมีความเห็นว่าถ้าเราจะเปลี่ยนประเทศนี้ให้ไปในทางที่ดีได้ นั่นคือถนนของเรา นั่นคือหญ้า คือดินของเรา นี่คืออากาศของเรา นี่คือแม่น้ำของคนไทย ผมเชื่อว่าถ้าอะไรก็ตามที่คนไทยคิดจะทำ ไม่มีเลยที่คนไทยทำไม่ได้ ถ้าคนไทยช่วยกัน ถ้าคนไทยเห็นถึงความสำคัญ ผมว่าเราเปลี่ยนได้แน่นอนในยุคของเรา”

อยากตอบแทนแผ่นดิน 
หลังจากลงมือทำเห็นโครงการเป็นรูปเป็นร่าง รู้สึกเป็นไปได้ไหมที่ประเทศไทยจะเป็นอย่างที่เราคาดหวังไว้ ?
“ผมเชื่อว่าเป็นไปได้นะครับ เพราะเราทิ้งได้ก็ต้องเก็บได้ ที่สำคัญคือผมว่าทุกวันนี้พี่ๆ สื่อมวลชนก็ช่วยลงข่าว เด็กๆ น้องๆ เห็นเราก็เริ่มเห็นแล้วว่าพลาสติกมันให้โทษยังไง การที่เราได้ไปเก็บได้เจอกับคนรู้ เราได้ศึกษาว่ามันมีโทษเยอะนะ เช่น ผมเพิ่งได้มาทราบว่าพลาสติกบางอย่างที่ย่อยสลายได้ จริงๆ มันย่อยไม่ได้ครับ ไม่ว่าจะบนบกหรือในน้ำ มันแค่แตกตัวเป็นไมโครพลาสติกที่เรามองเห็น เล็กเหมือนฝุ่น แล้วปลา หอย กุ้ง ก็กินเข้าไป แล้วเราก็กินปลา”

“ดังนั้นเราก็เจอโรคต่างๆ โรคมะเร็งในลำไส้ โรคแปลกๆ ที่หาสาเหตุไม่ได้ว่าทำไมเราถึงป่วย หลังจากผมไปช่วยพี่ตูนวิ่ง ผมอยากจะทำอะไรสักอย่างนึงให้ประเทศเรามันดีขึ้น เราเห็นว่าขณะจะไปวิ่งยังต้องใส่หน้ากาก จะทำยังไงที่เราจะไปแก้ถึงต้นเหตุได้จริงๆ ถ้าเราช่วยกันปลูกจิตสำนึกให้คนไทยรักในประเทศของตัวเองขึ้นมาได้จริงๆ ผมเชื่อว่าทุกคนรักอยู่แล้วล่ะ แต่วิธีไหนที่รักแล้วมันทำให้ประเทศดีขึ้น ถ้าในเรื่องของเศรษฐกิจผมไม่เก่ง ในเรื่องของเงินก็มีคนที่รวยขึ้นและจนลงทุกวัน แต่ในเรื่องของอากาศที่ดีไม่ว่าจะเป็นคนรวยหรือคนจน ก็ใช้อากาศเดียวกัน ก็คิดว่าอยากจะทำตรงนี้ให้ได้ครับ”

เห็นข่าวที่มีคนมองว่าเราสร้างภาพขยะเก็บ รู้สึกอย่างไรบ้าง ?
“ผมคิดว่ามันก็เป็นสิทธิของทุกคนที่จะพิมพ์อะไรก็ได้ จะคิดอะไรก็ได้ หรือจะพูดอะไรก็ได้ แต่ความสำคัญคือไม่ว่าจะเป็นคนทำ หรือคนพิมพ์ ในแต่ละวันกำลังทำอะไรอยู่บ้าง อย่างน้อยๆ ถ้าผมจิตใจไม่ดี ผมมันอยากดัง ผมมันอยากสร้างภาพ แต่ถ้าการสร้างภาพของผมมันทำให้คลองที่อยุธยามันสะอาดขึ้น ที่แสมสารมันสะอาดขึ้น ที่หาดแม่รำพึงมันสะอาดขึ้น มันก็อาจจะเป็นการสร้างภาพที่ดีของผมก็ได้ แต่ผมไม่จำเป็นต้องสร้างภาพ ถ้าผมจะสร้างภาพหรือจะสร้างกระแสมีวิธีอื่นอีกเยอะ ที่จะสร้างแล้วทำให้ผมได้งาน หรือทำให้ผมดัง แต่การที่ผมทำทุกวันนี้คืออยากตอบแทนในสิ่งที่ทุกคนให้ผมมา ผมมีชื่อเสียง มีงานในวันนี้ได้ ก็เพราะทุกคนนั่นแหละครับ ดังนั้นก็เลยอยากจะตอบแทนแผ่นดินที่ให้ผมยืนอยู่ ตอบแทนความรักที่ทุกคนมีให้แค่นั้นเอง”

เราทำดี แต่มีคนคอมเม้นต์ในแง่ไม่ดี เสียใจไหม ?
“ไม่หรอกครับ ผมไม่ได้เสียใจนะ ผมก็ผ่านอะไรมาเยอะเหมือนกัน ข่าวที่ดีก็มี ข่าวที่ไม่ดีก็มี แต่ไอ้เรื่องนี้มันสำคัญกว่าเรื่องของตัวผมเอง มันไม่ใช่เป็นเรื่องว่าทำแล้วคนจะมองว่าผมเป็นคนดีหรือคนไม่ดี เป้าหมายของผมคือเรื่องของชาติ เรื่องของแผ่นดิน ในวันที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต ผมเห็นคนไปเก็บขยะที่สนามหลวงกันเยอะเลย เพราะเรารักท่าน ผมก็รักท่าน ความรักมันคงไม่ได้แสดงกันแค่วันนั้นวันเดียว ถ้าเกิดเรารักใครสักคนนึงจริงๆ เรารักแผ่นดินนี้จริงๆ ผมว่าเรามาช่วยกันทำดีกว่าครับ ส่วนใครจะคิดยังไงมันไม่สำคัญหรอก ไม่เท่ากับว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ คนที่เขาพิมพ์ว่าผมวันนึงเขาอาจจะมาช่วยผมเก็บก็ได้ ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีครับ”

หลังจากนี้จะไปเก็บขยะอีกที่ไหน เมื่อไหร่ ยังไง ?
“วันที่ 21-22 มี.ค.นี้ครับ ที่จังหวัดระยอง หาดแม่รำพึง ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 3 ไม่นับรวมกับที่เก็บที่กรุงเทพฯนะครับ คนที่อยากจะมาร่วมคือในวันที่ 21 ผมจะไปดูพื้นที่ในตอนเช้า และจะเริ่มเก็บกัยจริงๆ จังๆ ตอนประมาณเที่ยงไปจนถึงมืด ส่วนวันที่ 22 น่าจะเก็บกันตั้งแต่ 9 โมงเช้าจนถึงมืด ที่หลักๆ คือหาดแม่รำพึง ต้องการให้มันสะอาด ทุกคนไปร่วมได้เลย ไปเจอกันตรงนั้นได้เลย”

ขอบคุณแหล่งที่มาhttps://www.khaosod.co.th

ปั้นจั่น ปรมะ ขอโทษ ดราม่า #อยากแปลกไม่เเดกคนละครับ แค่สะเทือนใจ

ปั้นจั่น ปรมะ วันที่ 8 มี.ค. ที่ซีคอนบางแค ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย มาร่วมพิธีเปิดงานมหกรรม Bangkok Brand 2019

ปั้นจั่น ปรมะ พร้อมให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่โพสต์ข้อความไม่เห็นด้วย ที่รายการแข่งขันทำอาหาร มาสเตอร์เชฟ ไทยแลนด์ นำปลากระเบนนกหายาก มาให้ผู้เข้าแข่งขันทำอาหาร พร้อมติด #อยากแปลกไม่เเดกคนละครับ จนเป็นกระแสดราม่าเดือดในโลกออนไลน์ ถึงขั้นชาวโซเชียลยุ ฐิสา-วริฏฐิสา ไม่อยากให้คบด้วย?

อยากจะชี้แจงอะไรถึงดราม่าที่เกิดขึ้นบ้าง?

“หลังจากที่โพสต์ไปก็มีกระแสในโซเชียลทั้งในทวิตเตอร์และไอจี มีคนมาคอมเมนต์ แต่ยังไม่ได้มีโอกาสพูด ยังไม่ได้เขียนหรือตอบอะไร เพราะรู้ว่าจะต้องมีงานและรู้ว่าพี่ๆ จะมาสัมภาษณ์ จะได้ตอบทีเดียวเลย ก่อนอื่นผมต้องขอโทษด้วยสำหรับแฮชแท็กที่อาจจะทำให้ไปกระทบความรู้สึกของแฟนๆ รายการ รวมถึงผู้เข้าแข่งขัน คณะกรรมการผู้มีคุณวุฒิทั้งหลาย บอกด้วยความจริงใจเลยว่าตอนที่เขียนไม่ได้มีเจตนาที่จะต่อว่าหรือทำให้รู้สึกไม่ดี คือเวลาเราเขียนแฮชแท็กก็ต้องทำให้เป็นแฮชแท็กที่น่าสนใจ ผมต้องขอโทษด้วยที่อาจจะคิดน้อยไปหน่อยและใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม อันนี้จะเป็นบทเรียนที่ทำให้ผมระวังในการเล่นโซเชียลมากกว่านี้ ไม่ใช้คำหยาบคายที่จะส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของคนอื่นแบบนี้อีกแล้ว แต่โดยส่วนตัวแล้วสิ่งที่พูดไปผมรู้สึกจากใจจริงๆ”

เจตนาที่โพสต์ตอนนั้นยอมรับว่ามาจากการที่เราดูรายการ?

“ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ มองว่าเป็นข้อแก้ตัวก็ตาม บอกตรงๆ ว่าผมไม่ได้แก้ตัว ผมติดตามรายการมาสเตอร์เชฟมาตั้งแต่ซีซั่นแรก แต่ซีซั่นนี้ไม่ได้ดู เพราะปกติผมจะตามดูในยูทูป ผมไม่ทราบจริงๆ ว่าเป็นของช่องไหน ผมเห็นข่าวแล้วรู้สึกสะเทือนใจ เพราะผมเป็นคนรักธรรมชาติและชอบท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ก็ต้องขอโทษด้วย”

ตกใจมั้ย เพราะกระแสแรงมาก?

“ตกใจนะครับ จากเรื่องหนึ่งกลายไปเป็นอีกเรื่องที่เข้าใจว่าผมไปดิสเครดิตช่องเขา เราคนในวงการเดียวกัน ผมทราบดีเรื่องมารยาท ไม่เคยคิดว่าช่องไหนจะมานั่งดิสเครดิตกัน เพราะผมทำงานกับทุกที่และรู้จักกับผู้ใหญ่ในสาขาต่างๆ ไม่เคยคิดเลยว่ามันจะส่งผลกระทบ แค่นี้ก็ส่งผลกระทบไม่ใช่แค่กับตัวผมเดียว แต่ลามไปถึงคนที่อยู่รอบตัวผมด้วย ยังไงก็ต้องขอโทษ ขอให้ทุกคนเข้าใจและให้อภัยในสิ่งที่ผมทำลงไปด้วย ไม่อยากให้ไปถามหรือหาอะไรก็แล้วแต่กับคนอื่น ถ้าเกิดว่ามีอะไรขอให้มาที่ผม ให้ผมเป็นคนพูด เป็นคนอธิบาย เพราะคนอื่นไม่เกี่ยวข้องกับการลงโซเชียลครั้งนี้ของผม”

ปั้นจั่น ปรมะ

พอโพสต์ปุ๊บคนก็ไปขุดคุ้ยกับสิ่งที่เราเคยทำ ว่าเราเคยเป็นคนพาไปชิมหูฉลาม?

“ที่จริงรายการนั้นเป็นเทปส่งมาจากญี่ปุ่น ผมเป็นเหมือนแค่คนบอกเล่า ไม่ได้เป็นคนไปชิม ถามว่าผมเคยทานหูฉลามมั้ย ผมเชื่อว่า 90 เปอร์เซ็นต์คนในเอเชียเคยทานกัน แต่ ณ วันนี้เราหยุดทาน ผมก็ต้องขอโทษด้วย เป็นวิจารณญาณของแต่ละคนว่าจะหยุดหรือจะกิน เราไม่สามารถไปห้ามใครได้ แค่บอกต่อแล้วรณรงค์ ถ้าเขายังไม่เลิกก็ไม่ใช่ความผิด เพราะมันยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่ยังไม่ถูกปกป้อง ยังไม่ได้อยู่ใน พรบ.คุ้มครอง สำหรับตัวผมเอง ผมไม่กล่าวโทษใครทั้งนั้น สิ่งที่ผมทำไปไม่ได้มีเจตนาไปสื่อให้ใครเสียความรู้สึก แต่สำหรับคนรักสัตว์เวลาพูดถึงเรื่องนี้เราจะรู้สึกสะเทือนใจ กระทบใจเราค่อนข้างมาก”

เครียดกับกระแสตีกลับมาหาเรายังไงบ้าง?

“จะบอกว่าไม่เครียดเลยก็ไม่ได้ หลายคอมเมนต์ก็บอกให้ไม่ต้องไปอ่าน แต่ผมอดไม่ได้ที่จะไม่อ่าน ผมต้องอ่านเพื่อจำเป็นบทเรียนว่าจะต้องปรับปรุงแก้ไขยังไง ผมกล้ารับปากว่าเรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นอีกในชีวิต เพราะผมจะไม่ไปแตะอะไรกับโซเชียลอีกแล้ว รู้สึกว่าเป็นเรื่องเซนซีทีฟ และไม่มีใครเข้าใจเราทั้งหมด บางทีข้อความที่จะสื่อออกไปในหนึ่งคำนั้นอาจจะถูกตีความหมายไปได้เป็น 10 เป็น 100 เหมือนที่เกิดขึ้น ผมไม่รู้เลยว่าจะออกมาเป็นแบบไหน เอาเป็นว่า ณ วันนี้ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ และจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วครับ

หลังจากนี้การวิจารณ์หรือการโพสต์ของเราต้องคิดมากขึ้นไหม?

“ณ วันนี้ตัดสินใจแล้วครับ ว่าเราจะไม่วิจารณ์อะไร ใดๆ กับใครทั้งสิ้นแล้ว อาจจะเป็นบทเรียนที่เราเพิ่งแก้ไข ผมเองก็อยู่วงการมานาน รู้สึกว่าตัวเองก็ระวังในทุกฝีก้าว แต่ว่าคงจะระวังไม่พอ ทั้งนี้คงจะเข้าใจทุกๆ อย่างแล้วครับ จะทำอะไรก็จะทำกับตัวเอง คงไม่เข้าไปก้าวก่ายในส่วนของใครแล้วทั้งสิ้น”

มีผู้ใหญ่เข้ามาถามบ้างไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?

“ผมว่าหลักๆ แล้ว คนที่อยู่ในวงการหรือพี่ๆ รอบตัว เข้าใจในเจตนา สำหรับคนที่รู้จักผม ที่จริงบางคนก็ไม่มีอะไรให้กำลังใจ เพราะเขารู้เจตนามากกว่า ส่วนผมเองไม่ได้มีเจตนาก้าวล่วงหรือไปพูดเสียดสี หรือไปให้ร้ายรายการ หรือผู้ใหญ่ในรายการทั้งสิ้น เพราะก็เป็นผู้ใหญ่ที่ผมเคารพและติดตามผลงานมาตลอด อย่างตอนที่ผมทวิต ผมไม่คิดว่าจะกระทบถึงผู้ใหญ่สักคน ด้วยความที่ผมอาจจะคิดน้อยไป ขอโทษจริงๆ ครับ”

หลังจากนี้จะห่างจากการเล่นโซเชียลไปสักพักเลยไหม?

“คงไม่ครับ ผมคงใช้ชีวิตตามปกติ สิ่งที่ผมโพสต์ไป ผมบอกตรงๆ ว่า ผมคงจะไม่ลบหรืออะไรทั้งสิ้น เพราะหนึ่งผมทิ้งไว้ให้เป็นบทเรียนกับตัวผมเอง ก็ไม่มีอะไรครับ”

ตอนนี้มีคนถึงขั้นยุ ไม่อยากให้เราคบกับ ฐิสา แล้ว เขาโยงมาจากเรื่องดราม่า เรารู้สึกยังไงบ้าง?

“อันนี้ไม่ขอตอบแล้วกันครับ ผมว่ามันก็แล้วแต่ มันคนละเรื่องกัน แต่ถามว่าน้องมีผลกระทบมั้ย ผมก็เข้าใจ มันพูดยากเนอะ สิบเท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง ผมเองก็เป็นคนทั่วไป มีผิดพลาดเป็นธรรมดา แต่สิ่งสำคัญคือผมพร้อมที่จะแก้ไข ต้องขอโทษด้วยในสิ่งที่ทำให้แฟนๆ ของทั้งผมและของน้องผิดหวัง ผมคงจะแก้ไขปรับปรุงตัว พิจารณาในสิ่งที่ตัวเองทำให้มากกว่านี้ ปกติก็พยายามระวังทุกอย่างอยู่แล้ว ต้องขอโทษจริงๆ ครับ”

ถามถึงเรื่องงานบอลช่อง 3 มีคนแซวว่าเราพกอะไรไปทานในสนามด้วยเปล่า เห็นรูปยัง?

“เห็นภาพครับ ตลกดี ที่จริงเรื่องนี้คือมันแว๊บเดียวเองนะ และเราก็ยิงไม่เข้า”

แต่มันค่อนข้างโดดเด่นพอสมควร?

“อาจจะเป็นเพราะกางเกงผ้าร่ม”

เราไม่ได้ใส่เซฟ ใส่สเตย์?

“ผมว่าคนอื่นก็คงไม่ได้ใส่เซฟนะ คือใส่เซฟแล้วมันอึดอัด ผมก็ระวังมาโดยตลอด เพราะเรื่องนี้มันก็อยู่วนเวียนรอบตัวเรา เราเลยระวังเป็นพิเศษ แต่ช็อตนั้นไม่คิดจริงๆ ว่าจะเป็นอย่างนั้น พอเห็นก็ตกใจ ฮาดี ยังไงพี่ๆ แฟนๆ ก็ยังให้ความสนใจ แต่ที่ไม่ใช่ที่หน้าเราเท่านั้นเอง(หัวเราะ)”

มีคนแซวไหม?

“ส่วนใหญ่จะเป็นพี่ๆ ในกลุ่ม และพี่ๆ พี่ฝน(ผู้จัดการ) แบบโอ้โห งามไส้อีกแล้ว คือถึงแม้เราจะระวังแล้วก็ตามครับ แต่ไม่เป็นไร ผมถือว่าเป็นเรื่องตลกๆ แต่ก่อนเราอาจจะหงุดหงิดกับเรื่องพวกนี้นะ แต่ว่า ณ วันนี้ อะไรก็ปลงหมดแล้ว ธรรมะช่วยได้ ธรรมะสวัสดี”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.khaosod.co.th

โบว์ เมลดา รับมีหนุ่มคุย รอเรียนจบเปิดตัว ถ้ารักจริงต้องรอ รอไม่ได้ก็ไปเลยจ้า

โบว์ เมลดา  แจงควง โดนัท ภัทรพลฒ์ เที่ยวญี่ปุ่น ไปทำงานยันสถานะแค่เพื่อนจริง ๆ รับมีหนุ่มคุย รอเรียนจบค่อยเปิด ถ้ารักจริงต้องรอได้ รอไม่ได้ก็ไปเลยจ้า

โบว์ เมลดา หลังจากมีภาพควงกันไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น ยิ่งทำให้คนจับตามองเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนางเอกหน้าหวาน โบว์ เมลดา กับหนุ่ม โดนัท ภัทรพลฒ์ ล่าสุดได้เจอสาวโบว์ ที่งาน Thai Supermodel contest 2019 ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมาเผยถึงสถานะตอนนี้กับหนุ่มโดนัทด้วย

ไปญี่ปุ่นมาเป็นยังไงบ้าง ?

โบว์ : สนุกมากจ้า แล้วก็เหนื่อยมากจ้า มันคือไปตามสถานที่ต่าง ๆ ไปปั๊บคือถ่ายรูปขึ้นรถไปโปรโมตจังหวัดชิซูโอกะ แบบว่าไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งปีนี้เขาก็เอาโดไปด้วย

ครอบครัวไปด้วยไหม ?

โบว์ : พ่อแม่ของโดไม่ได้ไปด้วยค่ะ เขาต้องไปทำงานแต่ว่าไปที่ญี่ปุ่นเหมือนกัน

แต่ก็ไปเจอกันที่นู่นไหม ?

โบว์ : ที่นู่นไม่เจอเลยค่ะ เพราะว่าพ่อกับแม่เขาก็ทำงานตัวเขาก็ยังทำงานเหมือนกัน

เหมือนกับไปเที่ยวในตัวด้วย ?

โบว์ : จริง ๆ เราไม่ได้ไปเที่ยวเลย เราไปทำงาน ทำทุกวัน ตื่นเช้ามาก คือแบบหน้าบางรูปก็อาจจะโหล ๆ ดูอึน ๆ ทำงานจริง ๆ ค่ะ ไปรับงานจริง ๆ อารมณ์เหมือนถ่ายแบบ แต่ว่าไม่ได้มีช่างภาพไม่มีอะไร คือเราไปรับวัฒนธรรมของจังหวัดชิซูโอกะ มาให้คนไทยได้รู้ว่าที่ชิซูโอกะไม่ได้มีแค่ความกลัว บางที่สถานที่ที่คนกลัวก็จะไม่ไปกันแต่มันมากกว่าที่คนไทยรู้

โบว์ เมลดา 

ไปทริปนี้ถือว่าจัดเต็ม ?

โบว์ : ใช่ค่ะ เพราะว่าการทานอาหารกับคนญี่ปุ่นถ้ากินไม่หมดคือเสียมารยาท น้ำหนักขึ้นมา 2 กิโลจ้า ตอนนี้ก็ 57 แล้วค่ะ โดนสั่งลดแล้วค่ะ นั่นแหละค่ะ ก็เอาภาพมาฝากด้วยคนจะได้หายคิดถึงกัน

เห็นคอมเมนต์ที่คนไปแซวกันไหม ?

โบว์ : เห็นเยอะเลยค่ะ บางคนบอก อุ้ย..อยากแซวจังเลย แซวมาเลยจ้า (ยิ้ม)

ชินแล้วหรือยังกับการโดนแซว ?

โบว์ : มันก็ชินแล้ว คือเรารู้ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากขนาดนั้นเราเป็นเพื่อนกัน

คนแซวว่าเป็นแฟนกัน ?

โบว์ : หลาย ๆ คนเชียร์กันเยอะ ถ้าสมมุติเป็นแฟนกันก็ให้มันเป็นเรื่องอนาคต แล้วก็ในเรื่องของความรู้สึกเหมือนกับความคิดไม่ตรงกัน ถ้าสมมุติว่าจะมีแฟนแม่โดเองบอกว่าอยากให้เรียนจบ ส่วนโบว์ก็อยากเรียนให้จบก่อนเพราะว่าเราอยู่ในสังคมไทย ก็รักกันจังเลยดราม่า ก็รู้สึกว่าทำอะไรที่มันถูกหลักประเพณีดีกว่า ที่มันแบบว่าเรียนจบแล้วค่อยมีแฟน มีหน้าที่อนาคตที่ดีแล้วค่อยมามุ่งเรื่องทางนี้คือเราอ่ะมีคุย แต่เรายังไม่อยากยังไม่รู้สึกว่าเปิดแล้วมันจะดีเอาให้มันรู้สึกว่าใช่จริง ๆ ถึงค่อยเปิด ณ ตอนนี้ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ไปถามแม่ได้เลย พ่อก็บอกว่ามันเป็นเพื่อนกันจริง ๆ เนาะ ตอนแรก ๆ แม่เองก็คิดว่าจีบกัน

อย่างคนที่บอกว่าคุยอยู่เนี่ย หมายถึงคนคุยนอกวงการหรือในวงการ ?

โบว์ : ยังไม่บอกเนาะ ไม่คือในความรู้สึกยังไม่อยากเพราะว่าต้องดูก่อนว่าเรียนจบแล้วเขายังอยู่ไหม ถ้าเขายังอยู่ก็พร้อมเปิด

โบว์ เมลดา 

มีไปไหนมาไหนด้วยกันบ้างไหม ?

โบว์ : ก็มีบ้าง แต่ไม่เยอะ ถือว่าน้อยมาก คือมันไม่ได้เจาะจงว่าจะคุยไปเรื่อย ๆ แต่แค่ไม่ได้มีใครไปมากกว่านี้

มีเงื่อนไขยังไง ?

โบว์ : เงื่อนไขคืออย่าเยอะเนาะ (หัวเราะ) แล้วก็เข้าใจเรา เข้าใจในการทำงานของเรา การใช้ชีวิตของเรา เรารู้สึกว่าการเป็นแบบนี้มันโอเค ไม่ใช่ไม่อยากมีแฟนแต่ขอเรียนจบก่อนเพราะไม่อยากให้ผู้ใหญ่หรือว่าคนภายนอกมามองว่า อุ้ย..ยังเรียนไม่จบเลยมีแฟนซะแล้ว ซึ่งสมัยนี้มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 มีแฟน ซึ่งมันก็ปกติ แต่เราอยู่ในวงการคนสาธารณะมันก็ควรจะทำอะไรที่ถูกต้อง ควรจะเชื่อฟังพ่อแม่ แค่นั้นแหละค่ะ

แบบนี้เราก็มีคุยกันหลายคน ?

โบว์ : เราก็คุยกันหลายคนค่ะ แต่ว่าสถานะโดคือเพื่อน เพื่อนที่สนิทจริง ๆ คุยกันได้ทุกเรื่อง จริง ๆ บางทีการใกล้ชิดกันก็อาจตีข่าวกันผิด ๆ นะคะ

แล้วไม่กลัวเขาจะรอไม่ไหวเหรอ ?

โบว์ : รอไม่ได้ก็ไม่ต้องรอ หาใหม่ได้ แฮปปี้ (หัวเราะ)

แต่เขาก็โอเคใช่ไหม ?

โบว์ : ก็ถ้าไม่โอเคก็คือไปกันไม่รอด เพราะว่าเราคุยกันแล้ว ต้องตกลงกันเรียบร้อยถ้ามันใช่จริง ๆ ค่อย รักจริงต้องรอได้สิจ้ะ ถ้ารักไม่จริงก็ไปเลยจ้า

เจอพ่อแม่ไหม ?

โบว์ : ก็มีเจอค่ะ พ่อแม่ก็โอเคไม่ได้ห้าม พ่อแม่ต้องรับรู้ว่าคุยกับใครไม่ได้ห้ามเราสนิทกับใคร

ถ้าเจอปาปารัสซี่ ?

โบว์ : อ๋อ…ไม่เป็นไร เพราะคนเราชอบถ่ายรูปเยอะมาก กินข้าว อ้าปาก ถ่ายทำไม รูปไม่เห็นสวยเลย (หัวเราะ)

ยังไม่บอกว่าเป็นใครเนาะ ?

โบว์ : นั่นแหละค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com

เก้า สุภัสสรา พูดคนมองแย่ง เชา ชวลิต จากแฟนเก่า บอกเรามีคุณค่ามากกว่านั้น

เก้า สุภัสสรา ปัดแย่ง เชา ชวลิต จากแฟนเก่า แจงเขาเลิกกันแล้ว ลั่นไม่บั่นทอนสถานะ

เก้า สุภัสสรา เรียกว่าเพิ่งเปิดตัวกำลังศึกษาดูใจกัน ก็เจอดราม่าแย่งแฟนคนอื่นซะแล้ว สำหรับ เก้า หลังเจอสาวเน็ตออกมาแฉว่าระหว่างที่เจ้าตัวกำลังคบหาดูใจกับ หนุ่ม เชา ชวลิต มันเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวกันกับช่วงที่ฝ่ายชายเลิกแฟนเก่า ล่าสุด (7 มีนาคม 2562) ได้มีโอกาสเจอสาวเก้า เจ้าตัวก็ชี้แจงว่า

“เห็นข่าวแล้วค่ะ มีพี่นักข่าวส่งมาให้ ได้อ่านแล้วแล้วก็รับรู้แล้ว ส่วนตัวหนูก็ขอชี้แจงว่ามันไม่ได้มีอะไรแบบนั้นเลย กับเรื่องความรักเราไม่ได้มีตรงนี้มาแล้วสักพัก แล้วพอเราจะเปิดใจคุยกับใครสักคนหนึ่ง หรือว่าจะศึกษากับใคร เราก็ต้องเคลียร์กันก่อน อย่างที่บอกว่าเรารู้จักกับพี่เขามาปีกว่าแล้ว มันก็รู้อยู่แล้วว่าสถานะก่อนที่พี่เขาจะคุยกับเราเป็นยังไง ถ้าพี่ทุกคนมาอยู่จุดหนู ก็เชื่อว่าไม่มีใครอยากจะคุยซ้อนหรอก ไม่มีใครอยากจะเป็นมือที่สาม ไปแย่งใครมา เพราะจริง ๆ ตอนเราว่าง ๆ อยู่ก็มีคนเข้ามา เราก็ต้องเช็กก่อน แล้วแฟนคุยซ้อนมันก็ทำให้เราไม่มีคุณค่า คือเรามีคุณค่ามากกว่านั้นอยู่แล้ว”

ที่เราบอกรู้จักกันมาปีกว่าแต่ฝ่ายหญิงบอกเลิกกันมา 5 เดือน ?

เก้า  : หนูรู้จักกับเขามาปีกว่าแต่หนูไม่ได้คุยกับเขานะคะ แต่ถ้ามาศึกษาดูใจกันจริง ๆ หนูบอกเลยว่าไม่กี่เดือน น่าจะประมาณปลายปีที่แล้วเองค่ะ

คนตัดสินเราไปแล้วว่าเป็นมือที่สาม ?

เก้า  : จริง ๆ ก็แล้วแต่คนจะคิดนะ คนใกล้ตัวทั้งของเราของพี่เขา ก็สามารถออกมาชี้แจงได้ ว่าระยะเวลาที่เราคุยกันมันไม่มีอะไรแบบนั้นแล้ว ก่อนที่จะมาคุยกันมันไม่มีการคาบเกี่ยวอยู่เลย

เรื่องข่าวได้คุยกับเขาไหม ?

เก้า  : ก็ส่งข่าวให้พี่เขาดู แล้วก็บอกว่าเราเองต้องออกมาพูดนะ เราเองก็รู้สึกไม่สบายใจนะ เพราะมันไม่ใช่เรื่องของเรา มันเป็นเรื่องของพี่เขาสองคน การที่เราออกมาแบบนี้เราก็ต้องไปพูดถึงคนอื่น เรารู้สึกไม่ดี

เพื่อนของแฟนเก่าเขาบอกว่า เราสั่งลบรูปด้วย ?

เก้า  : หนูว่าคนเราไม่สามารถไปบังคับใครได้หรอก ถ้าไปบังคับให้พี่เขาลบอะไรแบบนั้น พี่เขาคงมองหนูว่าหนูเป็นคนที่ร้ายมากเลยนะ เขาก็คงคิดว่า จะมาคบกับหนูทำไม ถ้าหนูร้ายขนาดนั้น มันเป็นความทรงจำของเขาสองคน ช่วงเวลาที่เขาสองคนคบกันมันเป็นอะไรที่น่ารักและประทับใจ ทุกคนก็อยากมีความทรงจำ หนูเองก็เหมือนกันหนูมีอดีตพี่เขาก็มีอดีต มันเป็นความทรงจำดี ๆ ไม่อยากลบหรอกค่ะ หนูก็ไม่ได้ลบเหมือนกัน

บั่นทอนความสัมพันธ์ไหม ?

เก้า  : ก็ไม่ได้บั่นทอนค่ะ แต่เรารู้สึกว่าเราเครียด หนูพูดจริง ๆ ว่าหนูเป็นคนนอก มันเป็นความรักของเขาแล้วเราต้องออกมาพูดแทนเขา ก็กังวลเหมือนกันว่าข่าวจะออกมาเป็นยังไง

ครอบครัวเราว่ายังไงบ้าง ?

เก้า  : หนูยังไม่ได้คุยกับคุณพ่อคุณแม่ พี่เขายังไม่ได้เจอคุณพ่อคุณแม่หนูเลย หนูก็ยังไม่ได้เจอพ่อแม่พี่เขาเหมือนกัน เพราะเราก็เพิ่งเริ่มคุยกัน มันก็เร็วมากที่จะพาไปเจอคนสำคัญในชีวิต

เก้า สุภัสสรา

งานช่อง 3 ปีนี้ เป็นยังไงบ้าง ?

เก้า  : สีสันดีค่ะ มีความสนุก มีความงานวัด มีความเชพบ๊ะ ๆ โจ๊ะ ๆ นิดหนึ่ง ก็ได้ทำหลายอย่างอยู่ มีเต้น ร้อง สนุกดี จำท่าไม่ได้ (หัวเราะ)

ได้ขึ้นขบวนแห่ หรือได้เดินขบวนพาเหรดไหม ?

เก้า  : เป็นพาเหรด ขึ้นรถ รวม ๆ กับเพื่อน ๆ ค่ะ มีแสดงโชว์กับเพื่อน ๆ

ปีนี้เขาแบ่งกันยังไง มีทั้งนักแสดงเก่า นักแสดงใหม่ด้วย ?

เก้า  : ไม่ทราบเลยค่ะ ไม่รู้ว่าเขาแบ่งกันยังไง

ปีที่แล้วไม่ได้อยู่ในขบวน ปีนี้ได้อยู่แล้ว หลายคนจับตามอง ?

เก้า  : ก็มีคนจับตามอง ดูทางโซเชียลบ้าง ดูในทวิตเตอร์ ดูตามแฮชแท็ก ว่ามีคนอยากเห็นเราออกมาเยอะ ๆ ว่าทำอะไรบ้าง เต้นอะไรบ้าง ก็ดีใจที่แฟน ๆ รอดู

ได้ขึ้นรถ แฟน ๆ จับตาดู ดีใจไหม ?

เก้า  : ปีที่แล้วก็เดินเหมือนเพื่อน ๆ ทุกอย่างเลย ปีนี้ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันพิเศษขนาดนั้น ทุกคนก็ได้ขึ้นรถปกติค่ะ

ตอนนี้ก็มีคนวิจารณ์ว่า ช่องพยายามดันเด็กใหม่ ๆ มากกว่าคนที่สร้างเรตติ้งให้ช่อง ?

เก้า  : (หัวเราะ) ไม่เห็น หนูก็ไม่รู้เหมือนกัน ถามว่าน้อยใจไหม ไม่เคยนอยด์อยู่แล้ว เราทำตามหน้าที่เรา เราอยู่ช่องใหญ่ ก็ถือว่าใหม่สำหรับเขาด้วย ไม่ได้มีคิดมาก ไม่เคยมีประเด็นนี้ค่ะ

เพื่อน ๆ นักแสดงมีใครนอยด์ไหม ว่าได้อยู่ด้านหลัง ๆ แบบนี้ ?

เก้า  : ไม่มีนะคะ ไม่ได้รับข่าวสารตรงนั้นเหมือนกัน

บางคนดราม่า ว่าเก้าไม่ได้ขึ้นรถ ?

เก้า  : แล้วแต่คนมอง หนูว่าอย่างที่บอก ไม่ได้อะไรตรงนั่นว่าฉันได้ขึ้น ฉันไม่ได้ขึ้น แต่จริง ๆ ทุกคนได้ขึ้นนะ เซตที่คนเดินพาเหรดปีที่แล้ว ก็ได้ขึ้นรถปีนี้นะ และทุกคนไม่ได้รู้สึกอะไร ทุกคนสนุกกับภาพรวมที่ให้ออกมาดีที่สุด

ถามเรื่องสัญญา เห็นบอกใกล้หมดแล้ว มีได้คุยบ้างยัง ?

เก้า : ยังเลย ไม่เห็นมีใครพูด อะไร ยังไม่ได้คุยถึงตรงนั้น

ผู้ใหญ่ ได้เรียกเข้าไปชี้แจงหรือยัง ?

เก้า  : ไม่มีค่ะ

จากที่เราอยู่มาเป็นยังไงบ้าง 3 ปี ?

เก้า  : ดีนะคะ ผู้ใหญ่ให้งานที่ดี ไม่ว่าจะเป็นคมแฝก มันมีบู๊ มีการท้าทายความสามารถของเรา เราไม่เคยทำมาก่อน เขาให้โอกาสเราทำ ถ้าเป็นคนอื่นเขาอาจจะไม่ให้ทำ เก้าตัวเล็กด้วยจะทำได้ยังไง หรือเรื่องที่ต้องเล่นร้าย ประกบกับพี่เบลล่า แล้วพี่เบลล่าเก่งมาก ๆ เลย ในความรู้สึกของหนู แล้วเราต้องมาเล่นร้ายกับพี่เขา จะมีคนให้โอกาสแบบนี้ หนูก็แฮปปี้ค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com

ปั๋ง ประกาศิต เผยอักษรย่อ น้อง ห. สาวในวงการกำลังเดินหน้าจีบอยู่

ปั๋ง ประกาศิต เป็นตัวพ่อเรื่องเจ้าชู้ของวงการบันเทิงเลยทีเดียว สำหรับ ปั๋ง วัย 51 ปี แต่ความเจ้าชู้ไม่เคยลดละลงเลย

ปั๋ง ประกาศิต ล่าสุดเจ้าตัวได้มาเปิดใจผ่านทางรายการคุยแซ่บ Show ทางช่อง ONE31 ที่มี ธัญญ่า ธัญญาเรศ และกิ๊ฟต์ วรรธนะ เป็นพิธีกร

พี่ปั๋งถือเป็นไอดอลของหลายคน?

ปั๋ง : “ใครเห็นเราเป็นไอดอลเจริญทุกคน ”

ตอนที่เจอพี่ครั้งแรกก็ไม่คิดหรอกว่าพี่เจ้าชู้ขนาดนี้?

ปั๋ง : “ต้องบอกว่าส่วนหนึ่งผมจะชอบพูด คนเข้าใจว่า พูดเล่น ถ้าสมัยก่อนใครมาถามว่าเจ้าชู้หลายคนก็จะไม่ตอบ ซึ่งเขามาถามพี่ว่าใครๆ ก็บอกว่าพี่เจ้าชู้ ไม่ต้องมีใครบอกกูนี่แหละบอกเองว่าตัวเองเจ้าชู้ แล้วหนักไปกว่านั้นไม่ได้เจ้าชู้อย่างเดียวนะมันบ้ากามด้วย

อายุ 51 ปีแล้ว ความบ้ากามยังเหลืออยู่ไหม?

ปั๋ง : “จะเหลือเหรอ ความบ้ากามมันไม่มีหมด มันมีแต่น้อยลง ตามสังขาร ตามวันเวลา ซึ่งส่วนหนึ่งถ้าเราดูแลร่างกายให้มันดีๆ มันก็จะอยู่กับเราไปได้นานๆ”

พีคสุดตอนอายุเท่าไหร่?

ปั๋ง : “ตอนนี้พี่ก็พีคอยู่นะครับ”

ถามย้อนกลับไป ทำไมยุคนั้นพี่ถึงพูดว่าตัวเองเจ้าชู้-บ้ากาม ออกทีวี หลายคนไม่กล้าพูด?

ปั๋ง : “อันนั้นเป็นสิทธิส่วนบุคคลของเขา พี่พูดเพราะพี่เป็นแบบนั้น พี่มีปรัชญาในการดำรงชีวิตง่ายๆ เลย คือไม่โกหก ตลก สุภาพ มันใช้ได้กับทุกเรื่อง”

พี่ประกาศว่าเจ้าชู้ เวลาไปจีบผู้หญิงเขาไม่กลัวพี่เหรอ?

ปั๋ง : “ก็แล้วแต่ถ้ากลัวก็ไม่ใช่ของเรา”

ส่วนใหญ่เขาเข้าหาพี่หรือพี่เข้าหาเขา?

ปั๋ง : “โห ผมเข้าหาเขา ไม่มีผู้หญิงที่ไหนเข้าหาผมหรอก อย่างดีก็แค่เข้ามาขอถ่ายรูป”

แล้วมีมั้ยพี่จีบคนที่เข้ามาขอถ่ายรูป?

ปั๋ง : “ประจำ คือถ้าผู้หญิงมาขอถ่ายรูปเขาไม่ชอบเราหรอก แต่ถ้าผู้ชายอ่ะไม่แน่ คือผมพรีเซ็นต์ความเป็นผู้ชายกล้าพูด แต่ผู้ชายบางคนไม่กล้าพูด เพราะบางทีเขาอาจจะไม่ได้เป็นแบบพี่ก็ได้ แต่บางคนเขาอาจจะอายก็ได้ แต่เราคิดว่าพูดความจริงไม่เป็นไร”

พี่เคยคบซ้อนมั้ย?

ปั๋ง : “ถ้าตอนมีแฟนไม่มี แอบๆ มีนิดๆ น้อยๆ หน่อยๆ แต่ไม่ถึงขั้นคบ อาชีพอย่างเราคนก็รู้อยู่แล้วว่าเรามีแฟน แต่ถ้าใครที่ยอมคุยเขาก็ต้องยอมมีสภาพแบบนี้อยู่แล้ว มันอาจจะเป็นความพอดีกัน หรือว่าเป็นเวรกรรมแต่ชาติปางก่อน”

เวลาจีบผู้หญิงมันดูที่หน้าตาอย่างเดียวมั้ย?

ปั๋ง : ไม่เลย มันก็ต้องผสมกันไป

แล้วถ้าวันนึงอยากจีบผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วเขาไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้พี่จะทำยังไง?

ปั๋ง : “คือจริงๆ ตอนมีแฟนก็ไม่ได้ชั่วอะไรขนาดนี้ จะเจ้าชู้น้อยมาก”

ปั๋ง ประกาศิต

เห็นว่าพี่มีกฎเหล็กจะไม่จีบคนที่มีเจ้าของ?

ปั๋ง : “ใช่ๆ แต่ไม่ได้เป็นคนดีอะไรนะ แต่กลัวตัวเองซวย คือมีอยู่ครั้งหนึ่ง มีคนเอาน้ำยาลอกสีมาราดรถรอบคัน โดนทำร้ายร่างกายก็มีบ้าง แต่เราก็พยายามหลบเพื่อไม่ให้เป็นข่าว”

เห็นว่าพี่ไม่ชอบซื้อกิน?

ปั๋ง : “ก็ใช่เลยแหละ เอาง่ายๆ เลยพี่รู้สึกว่าเซ็กซ์เป็นของมีค่า เซ็กซ์เป็นศิลปะ ถ้าพี่จะได้มาด้วยการไปซื้อ พี่ก็เลือกที่จะไม่ซื้อ เพราะพี่เลือกคนที่เขามีใจกับพี่แล้วไม่ต้องสวยมาก ดีกว่าคนสวยที่เราไม่รู้ว่าเขามีใจให้เราหรือเปล่า เพราะเราเอาเงินไปซื้อเขามา”

แล้วเรื่องโรคพี่ไม่กลัวหรอ?

ปั๋ง : “ก็ป้องกันสิครับ พี่เคยเป็นวิทยากรเรื่องนี้ไปแนะนำตามโรงเรียน ตามมหาวิทยาลัย”

พี่เคยนับไหมว่าผ่านมาแล้วกี่คน?

ปั๋ง : “ไม่เคย”

แล้วการเจ้าชู้มีข้อเสียอะไรบ้าง?

ปั๋ง : “มีแน่ๆ ถ้าเป็นคนพุทธก็ผิดศีลข้อ 3 ถ้ารักจะเป็นแบบนี้ต้องอย่ามีแฟน อย่าแต่งงาน เพราะถ้าแต่งไปก็สร้างความบรรลัยให้กับทุกคนไม่เว้นแม้แต่ตัวเอง”

ขอถามถึงเหตุผลที่เลิกกับแฟนคนล่าสุดหน่อย?

ปั๋ง : “เขาอยากแต่งงาน แต่พี่ยังรักอิสระอยู่ คนนี้แหละที่บอกว่าเวลามีแฟนแล้วความชั่วน้อยลง ในขณะเดียวกันพี่สังเกตเขา เขาก็ยังไม่พร้อมหรอก”

พี่ปั๋งเจ้าชู้แบบนี้ แต่พี่ก็เคยร้องไห้ให้ผู้หญิงมาแล้ว?

ปั๋ง : “มันก็ธรรมดา มีความรู้สึกผูกพัน มันเป็นความรัก ถ้าเกิดเปลี่ยนสถานะภาพ มันก็ต้องเสียใจเป็นธรรมดา”

ตอนนี้พี่ปั๋งก็มีแฟนแล้ว?

ปั๋ง : “ยังไม่ใช่แฟน ผมไปจีบเขา เขาเป็นชาวต่างชาติอยู่ในวงการบันเทิง ชื่อ น้อง ห. จีบให้ติดแล้วจะบอก อายุห่างกันเกือบสองรอบ ถามว่าชอบเขาตรงไหน ก็เขาสวยเซ็กซี่ เรารู้จักกันนานแล้ว แล้วหายไปแล้วกลับมาคุยกันได้ไม่นาน”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

ญิ๋งญิ๋ง น้ำตาซึมตอบข่าวเลิก ตูมตาม จับได้คุยไลน์สาวอื่น โดนขอห่าง-ไลน์ไม่ตอบ

ญิ๋งญิ๋ง ศรุชา น้ำตาซึม เปิดใจปมเลิก ตูมตาม ยุทธนา ขอไม่ตอบว่าใครเป็นมือที่สาม แต่จับได้แฟนคุยไลน์สาวอื่น ก่อนโดนฝ่ายชายขอห่าง ไลน์ไม่ตอบ ไม่เคลียร์

ญิ๋งญิ๋ง หลังจากอดีตคู่รักสุดหวาน ตูมตาม ยุทธนา และ ญิ๋งญิ๋ง ศรุชา ส่อเค้ารักร้าว อันฟอลโล IG กันและกัน แถมไม่มีรูปคู่ให้ได้ติดตามมาพักใหญ่ และยังมีข้อความปริศนาจากฝ่ายหญิงบอกว่า “ความรักที่ดีควรมีเป็นคู่ ไม่ใช่คี่” จนคนจับตาว่าเป็นเพราะมีมือที่สามหรือเปล่า ซึ่งก่อนหน้านี้ฝ่ายชายก็เผยว่าเลิกกันแล้วจริง ๆ เพราะไม่ค่อยได้เจอกัน ทะเลาะกันเรื่องนี้ค่อนข้างบ่อย ฝ่ายหญิงก็บอกว่าเหนื่อย หยุดไหม กระทั่งฝ่ายชายเป็นฝ่ายบอกเลิก แต่ไม่เกี่ยวบุคคลอื่น

แต่เรื่องราวก็เป็นประเด็นอีกครั้ง เมื่อทางญิ๋งญิ๋ง ได้โพสต์ IG ว่า “จะโกหกใครก็โกหกได้…แต่โกหกตัวเองไม่ได้หรอก” กระทั่งล่าสุด (5 มีนาคม 2562) ญิ๋งญิ๋ง ก็ได้เผยกับทาง ไนน์เอ็นเตอร์เทน เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเผยว่า สถานะก็ตามนั้น ก็จบแล้ว เรียกว่าตกใจ ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

ญิ๋งญิ๋ง ศรุชา

เมื่อถูกถามเรื่องมือที่สาม ญิ๋งญิ๋ง ก็ถอนหายใจ ก่อนจะเผยว่า วันนี้ขอพูดในส่วนของตนกับพี่ตามก่อน เรื่องคือ เราไปเจอเขาคุยไลน์กับคนนั้น แล้วเราก็เลยไม่เข้าใจ ถามว่าคืออะไร เกิดอะไรขึ้น ไม่ขอลงรายละเอียดเรื่องการคุย แต่เราเห็นว่าเขาไลน์คุยกันกับผู้หญิงคนนั้น

ซึ่งเราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องคุยส่วนตัว ทำไมต้องออกมาคุยแยกกัน ซึ่งเขาบอกตนว่าไม่มีอะไร เป็นแค่พี่น้องกัน ผู้หญิงเขามีแฟนแล้ว

ผู้หญิงทุกคนเวลาแฟนตัวเองเปลี่ยนไปมันรู้สึกได้ จริง ๆ เรื่องนี้มันเกิดตั้งแต่ 28 มกราคม ที่ตนเห็นข้อความว่าเขาคุยกัน แล้วเขาก็ขอห่างตนเลย

ก็ไม่มีการคุยกันอีกเลย ตนไลน์ไป โทร. ไป เขาก็ไม่ตอบ จนมีเพื่อนที่สนิทกับเราทั้งคู่ถามว่าจะเอายังไง เขาก็เลยโทร. มา วันที่ 23 กุมภาพันธ์ เลยขอคุยกันต่อหน้าได้ไหม ตอนที่คุณจีบเรา คุณยังจีบต่อหน้าเลย คุณพยายามทุกอย่าง อยากให้มาคุยกันต่อหน้า

ตั้งแต่วันนั้นก็ไม่ได้เจอเลย ก็บอกเขาไปว่า มีคนมาเมนต์ใน IG ตน ว่าเห็นพี่ไปรับผู้หญิงคนนั้นไปกินข้าว (เสียงสั่น) ไปส่งสนามบิน มันคืออะไร เขาก็ยอมรับกับตนว่า ใช่ เขาทำจริง แต่มันไม่มีอะไร เป็นแค่พี่น้องกัน ถามว่าผู้หญิงคนนั้นคือนางงามลาวที่เป็นข่าวจริงไหม ญิ๋งญิ๋ง ก็ตอบว่า ไม่ขอพูดถึงคนที่สามแล้วกัน

หลังจากนั้นก็คือยังไม่ได้คุยกันต่อหน้าเลย ยอมรับว่าระหว่างคบกันก็มีปัญหาบ้าง แต่ก็พยายามประคับประคองกันมา มันยังไปด้วยกันได้ ทุกครั้งที่เกิดปัญหามันไม่ใช่ตนคนเดียวที่เหนื่อย บางครั้งเขาทำงานเหนื่อย งอแงก็มี ตนก็ไม่เคยปล่อยมือเขาเลย ตนเลือกที่จะเข้าใจ คนรักกันก็ต้องประคองกันไป ที่ผ่านมาไม่เสียดายเวลา เพราะก็รู้สึกว่าทำเต็มที่ เรื่องราวที่ดีก็มีเยอะมากเหมือนกัน

ญิ๋งญิ๋ง ศรุชา

สิ่งที่เกิดขึ้น คิดไม่ถึงมากกว่าว่าจะเป็นแบบนี้ เพราะเชื่อใจเขามาตลอด จนไม่คิดว่าวันนึงจะเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกอย่างนี้เกิดขึ้น ถามว่ามีปัญหามือที่สามเข้ามาบ้างไหม ญิ๋งญิ๋ง ก็เงียบไปสักพัก ก่อนตอบว่า มันก็เคยมีทะเลาะกันหนัก ๆ แล้วก็จับได้ มันยังไม่ทันเริ่ม แต่ตนเห็นก่อน รู้ก่อน ที่ผ่านมาก็มีเรื่องผู้หญิง แต่ไม่บ่อย เท่าที่รู้ ก็ให้อภัย เขาก็ขอโทษ ขอโอกาส ตนเชื่อว่าคนรักกันมันต้องช่วยกันพยุงให้ก้าวต่อไป ความสัมพันธ์ 2 คน มันคือสิ่งที่เกิดขึ้น เขา 50 ตน 50 อยู่ที่เราจะจับมือกันแน่นหรือเปล่า ตราบใดที่มันไม่มีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยว ตนเชื่อว่าทุกครั้งมันผ่านมาได้

ความรู้สึกแรกที่รู้เรื่อง มันช็อก หาคำตอบไม่ได้ เพราะไลน์ไปเขาก็ไม่ตอบ ตนขอเขาคุยต่อหน้า เพราะมีคำถามเยอะมากที่ไม่เข้าใจ มาเคลียร์กันเถอะ เขาก็รับปากว่าได้ เดี๋ยวว่างแล้วเรามาเจอกัน ก็ตั้งแต่วันนั้น ไม่รู้ว่าไม่มีวันว่างหรืออะไร ก็ยังไม่ได้คุยกันเลย ตอนนี้ถ้าได้เจอหน้าก็คงไม่มีคำถามแล้ว คนรักกันมันจะไม่ทำแบบนี้ ไม่มีคำถามอะไรแล้ว เพราะในวันที่ตนขอคุย มีคำถามมากมายเกิดขึ้น เขาเลือกที่จะหายไปเลย

เรื่องนี้มันก็เป็นบทเรียนให้รู้ว่าคนที่ควรรักที่สุดคือตัวเอง หลังจากนี้ถ้าต้องร่วมงานกัน ก็เชื่อว่าร่วมงานกันได้ เพราะตนก็บริสุทธิ์ใจมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ก็มีคุยกันผ่านข้อความ ตอนเขาขอห่าง บอกว่าเราห่างกันสักพักนะ เขาบอกกับตนว่า เขาอยากอยู่คนเดียว อยากทบทวนตัวเอง อยากพิจารณาจิตใจตัวเอง ถ้าเขาเลิกกับตนไป เขาไม่มีทางไปมีคนอื่นแน่นอน เขามีคนอื่นไม่ได้ เพราะถ้าเลิกกับตนเขาคงต้องพักใจอีกนาน ตนก็เชื่อคำพูดเขามาตลอด เขาว่าอย่างนั้นก็ต้องอย่างนั้น

ในเมื่อเรื่องออกมาเป็นแบบนี้ ก็อยากให้เขามีความสุขแล้วกันในสิ่งที่ (น้ำตาคลอ) ถามว่าเข็ดไหม ไม่เข็ด ตนมองว่าความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม แต่ว่า (ร้องไห้) สิ่งที่ต้องมองให้ลึก ๆ และดี ก็คือจิตใจคนมากกว่า ความสัมพันธ์ของตนกับเขาก็จบ ตามที่เขาบอกเลย ในเมื่อมีคนนึงที่ไม่ไปต่อ มันก็ไปต่อไม่ได้แล้ว ก็ไม่เคยคิดว่าจะมีเรื่องนี้เกิดขึ้น เพราะมั่นใจในตัวเขามาก ๆ ก็ไม่แค้น ไม่เจ็บใจ ถามว่ามองหน้าติดไหม ตอนนี้ยังไม่มีโอกาสได้มองเลย ยังไม่ได้เคลียร์กันเลย ถามว่าอยากเจอเพื่อเคลียร์ไหม ถ้าเขาอยากเคลียร์ก็ได้ ในส่วนของตนก็ยอมรับตามที่มันเกิดขึ้น

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com

มิน พีชญา แบ่งรายได้ช่วยเหลือสังคม แพลนทำต่อเนื่อง-ไร้แผนวิวาห์‘โอ๊ต’

มิน พีชญา แบ่งรายได้ช่วยเหลือสังคม – นางเอกสาวยิ้มสวย ‘มิน’พีชญา วัฒนามนตรี ไปร่วมงาน “ใหม่! การ์นิเย่ ไลท์ คอมพลีท วิตามินซี ซูเปอร์ เอสเซนส์”

มิน พีชญา เปิดใจถึงเรื่องแบ่งรายได้ของตัวเอง 10% มาทำโครงการช่วยเหลือสังคม รวมถึงอัพเดตเรื่องหัวใจกับแฟนหนุ่ม ‘โอ๊ต’ พิทักษ์ สภาธรรม ว่าใกล้มีข่าวดีหรือยัง โดยมินบอกว่า

“สำหรับเรื่องโครงการที่ช่วยเหลือสังคม จริงๆ เหมือนเรามีโปรเจ็กต์ในใจมานานแล้วว่ารายได้ที่ได้มาในแต่ละเดือนจะมีการแบ่งออกมา 10% เอามาช่วยเหลือสังคม พอดีว่าปีนี้ใกล้จะถึงวันเกิดแล้วก็เลยอยากเริ่มต้นทำสักที โครงการนี้มีชื่อว่า The Sister เป็นโครงการที่เราคิดเองและเริ่มต้นทำเอง ใช้ชื่อนี้เพราะอยากให้รู้สึกว่าเหมือนเป็นพี่สาวกับน้องสาวที่เข้ามาช่วยเหลือ ไม่ได้ห่างไกลจากตัวเขา มินตั้งใจอยากที่จะทำโครงการนี้ให้ได้ทุกเดือนต่อเนื่องด้วยค่ะ”

มิน พีชญา

คนชื่นชมว่าสวยใจบุญมากเพราะยอมแบ่งรายได้ 10% มาช่วยเลย “ขอบคุณค่ะ แต่อย่างที่บอกว่าเรารู้สึกอยากทำตรงนี้ให้เกิดประโยชน์ แล้วคนที่ได้ความสุขคนแรกคือตัวเรานี่แหละ เหนือสิ่งอื่นใดทำงานหนักไม่ได้หลับได้นอน ได้เงินมามันก็มีความสุขนะ แต่มันไม่เหมือนกับที่เราได้แบ่งปันให้ผู้อื่นด้วย”

ช่วงหลังเห็นภาพมินทำบุญบ่อย เลยมีบางคนเอาไปเปรียบเทียบว่าลุกส์ใกล้เคียง แพนเค้ก–เขมนิจ “อุ๊ย! ไม่หรอกค่ะ จริงๆ ก็ดีใจถ้าใครจะมองอย่างนั้น ส่วนตัวชื่นชมทุกคนที่ทำอะไรดีๆ แต่อย่างที่บอกเราเป็นจุดเล็กๆ แต่ถ้ามีหลายๆ จุดในประเทศนี้ก็จะดี เพราะจริงๆ ไม่ได้อยากให้โฟกัสว่ามินหรือใครทำ แต่อยากให้คิดถึงกลุ่มคนที่ต้องการความช่วยเหลือมากกว่า เรื่องกระแสเปรียบเทียบไม่ซีเรียส เข้าใจว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะคิดด้วยค่ะ”

ย้อนถามถึงวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา คู่เราดูหวานแบบเรียบง่าย “ใช่ค่ะ คู่เราจะไม่ค่อยหวือหวาเพราะต่างคนต่างทำงาน ถ้ามีเวลาตรงกันก็ไปทานก๋วยเตี๋ยวด้วยกันบ้าง (หัวเราะ) วันนั้นหิวมากจำได้ว่าเลิกงานดึก ไม่ไหวแล้วขอแวะกินหน่อย นั่งกินอยู่เขาก็มีดอกไม้มาให้”

มิน พีชญา

นอกจากดอกไม้แล้วยังมีอย่างอื่นให้อีกไหม “ไม่มีแล้วค่ะ แต่ว่าอีกวันก็เอาดอกไม้มาให้อีกช่อหนึ่ง (หัวเราะ) อันแรก มินว่ามันดูจริง หมายถึงว่าก็คงซื้อแถวนั้นแหละ แล้วมันเป็นความจริงใจ เราเองก็ไม่ได้ประเมินที่ราคาอยู่แล้ว แต่ประเมินที่ความตั้งใจว่าเขาอยากจะให้อะไร เพราะอีกวันก็เป็นช่อใหญ่หน่อย สงสัยเห็นคนอื่นให้กันแบบนี้เยอะก็เลยมีบ้าง เลยมีล็อตสอง (หัวเราะ) ส่วนตัวก็ดีใจค่ะเพราะไม่ได้คาดหวัง”

แล้วกับข่าวดีล่ะหลายคนลุ้นอยู่ “ขอบคุณที่ให้ความสนใจค่ะ (หัวเราะ) ตอบยากเนอะ เราเป็นผู้หญิงด้วย แต่ ณ ตอนนี้ยังไม่มีค่ะ ถามว่าตัวเราพร้อมมั้ยกับการมีชีวิตครอบครัว ไม่รู้สิ คือทุกวันนี้ก็ยังทำงานอยู่ ยังคิดไม่ออก ส่วนตัวไม่กล้าตั้งเวลาหรือว่าอายุด้วยว่าจะเท่าไหร่ดี กลัวผิดหวัง มินว่าทุกอย่างมันมีเวลาของมัน เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น”

ทางฝ่ายชายมีเกริ่นๆ ไหม “มีเหมือนคุยๆ กับพ่อแม่ค่ะ แต่ว่ายังไม่ได้เป็นกิจจะลักษณะ คือคุยว่าแบบน้องอายุเริ่มโอเคแล้วนะ ประมาณนั้นมากกว่า ถามว่ากดดันมั้ยกับเรื่องความรัก คือเราแค่รู้สึกว่าเป็นที่จับตามองเนอะ เพราะตอนนี้ก็แต่งกันหลายคู่เหมือนกัน แต่พอมาเป็นเรื่องของเราอาจยังมองไม่ออกว่าจะไปทางไหนหรือว่าเป็นเมื่อไหร่ เอาเป็นว่าให้ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไปดีกว่าค่ะ”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.khaosod.co.th

หวานฉ่ำ ! เด่นคุณ รับแอบหวง แกรนด์ แต่งตัวเซ็กซี่ ย้ำแต่เราไว้ใจกัน

หวานฉ่ำ  เด่นคุณ งามเนตร อัปเดตเรื่องหัวใจรักแฮปปี้ หมั่นควง แกรนด์ กรณ์ภัสสร ทานข้าวเติมความหวาน รับแอบหวงแต่งตัวเซ็กซี่

หวานฉ่ำ คบกันแบบไม่ค่อยหวือหวาเลยไม่ค่อยมีข่าวเรื่องความรักของนักแสดงหนุ่ม เด่นคุณ งามเนตร กับหวานใจสาว แกรนด์ กรณ์ภัสส หรือ แกรนด์ เดอะสตาร์ ออกมาให้ได้เห็นกันเท่าไรนัก แถมช่วงพักหลัง ๆ ไม่ค่อยเห็นทั้งคู่ลงรูปคู่กัน จนหลายคนสงสัยว่าเรื่องหัวใจเป็นอย่างไรบ้าง ล่าสุด (2 มีนาคม 2562) เด่นคุณ ก็ได้มาอัปเดตเรื่องหัวใจให้ได้ฟังกันด้วย

ช่วงนี้เจอกับแกรนด์บ้างไหม ?
เด่นคุณ : มีโอกาสช่วงทำงานเสร็จ และก็เวลาว่างก็ทานข้าวกัน

ไม่ค่อยลงรูปคู่กัน
เด่นคุณ : มันก็มีในวันโอกาสสำคัญ ถ้าไม่มีก็ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปกันมากกว่า แค่ลงภาพในวันเทศกาลมากกว่า

เจอน้อยกว่าเมื่อก่อนไหม ?
เด่นคุณ : ปกติมากเลย เหมือนเรา 2 คนไว้ใจซึ่งกันและกัน เรื่องเล็กน้อยเลยไม่เก็บมาคิด ถ้ามีโอกาสก็จะลงรูป

อย่างตอนนั้นสำคัญไหม เห็นเราลงรูปดอกไม้ ?
เด่นคุณ : ช่วงนั้นเขาไม่สบาย ผมก็เลยส่งไปให้ถ่ายรูปให้ผมหน่อย

หวานฉ่ำ

หรือถ่ายเก็บไว้ดูแค่ 2 คนหรือเปล่า ?
เด่นคุณ : เก็บไว้ 2 คนไม่ค่อยมี ส่วนใหญ่อัดวิดีโอเล่นกันมากกว่า ถ่ายเขาไว้เวลาตลก ๆ มากกว่า เวลาเขาเผลอ ๆ ก็ถ่ายเก็บไว้แกล้งเขามากกว่า มีการกระทำแปลก ๆ เกิดขึ้นเยอะมาก อยู่ดี ๆ ก็หน้าเหวอใส่เรา

อันนั้นคือสวยสำหรับเราแล้ว ?
เด่นคุณ : ชอบคนน่ารัก ผมไม่ได้ลงรูปเหวอนะ ผมถ่ายเก็บไว้และส่งให้เขาดู บางทีเขาตื่นเต้นอะไรแบบนี้ก็จะตลก ๆ ดี

ความสัมพันธ์เหมือนเดิมไหม ?
เด่นคุณ : เหมือนเดิม จากวันนั้นจนวันนี้คิดว่าเข้าใจกันมากขึ้น ทุก ๆ อย่าง แต่ส่วนใหญ่เขาจะพูดถึงเรื่องปัจจุบัน ที่แบบสมมุติเรามีเรื่องไม่เข้าใจกัน หรือเครียด เราก็บอกให้เขาไปแก้ปัญหา

หวานฉ่ำ

มีงอนไหม ?
เด่นคุณ : มีเวลาผมดื้อมาก ๆ เราเล่นเยอะ ๆ เขาก็จะมีอาการ

เห็นเขาถ่ายเซ็กซี่เยอะ ๆ หวงไหม ?
เด่นคุณ : ทีแรกผมก็หวง แต่พอคุยกันไป ๆ มา ๆ ด้วยความที่รู้จักเขาดี ผมก็ยอม เขาก็จะมีลิมิตของเขา ผมว่าเขาจะรู้ตัวพอ

ตอนหวง เราพูดว่าอะไร ?
เด่นคุณ : ผมก็บอกเขาน้อย ๆ หน่อยนะ อะไรอย่างงี้ หลัง ๆ มาก็ปล่อยเขาตามสบาย เขาคงมีวิธีของเขานะ ผู้หญิงก็เป็นเพศที่สวย เป็นเพศดึงดูดสายตาด้วยก็ต้องหวงธรรมดา

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com

รางวัลสุพรรณหงส์ ครั้ง 28 มะลิลา กวาด รางวัล เวียร์-ญาญ่า คว้าชายหญิงยอดเยี่ยม

รางวัลสุพรรณหงส์ ผลรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 28 มะลิลา กวาด 7 รางวัล รวมทั้งภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และผู้กำกับยอดเยี่ยม ทางด้าน ญาญ่า อุรัสยา คว้านำหญิงยอดเยี่ยม เวียร์ ศุกลวัฒน์ คว้านำชายยอดเยี่ยม

รางวัลสุพรรณหงส์ สำหรับภาพยนตร์ที่ได้รางวัลมากที่สุดไปครอง คือ มะลิลา โดยกวาดไปทั้งหมด 7 รางวัล รวมทั้งรางวัลใหญ่อย่าง i99bet ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และ ผู้กำกับยอดเยี่ยม ตามมาด้วย โฮมสเตย์ ได้ไป 3 รางวัล ขณะที่ 9 ศาสตรา และ ขุนพันธ์ ได้รางวัลติดมือกลับบ้านไป 2 รางวัลเท่ากัน

ทางด้าน ญาญ่า อุรัสยา คว้ารางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยม จาก น้อง.พี่.ที่รัก และ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ได้รางวัล นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จาก มะลิลา

สำหรับผลรางวัลทั้ง 17 สาขา ประกอบไปด้วย

รางวัลสุพรรณหงส์

1. ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Picture)

บริษัท จีวิลเลจโค-ครีเอชั่นหับ จำกัด จาก มะลิลา

รางวัลสุพรรณหงส์

2.ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม (Best Documentary)
บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด จาก 2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว

รางวัลสุพรรณหงส์

3. ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Director)
อนุชา บุญยวรรธนะ จาก มะลิลา

รางวัลสุพรรณหงส์

4. นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (Best Actor)
ศุกลวัฒน์ คณารศ จาก มะลิลา

รางวัลสุพรรณหงส์

5. นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (Best Actress)
อุรัสยา เสปอร์บันด์ จาก น้อง.พี่.ที่รัก

รางวัลสุพรรณหงส์

6. นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (Best Supporting Actor)
อนุชิต สพันธุ์พงษ์ จาก มะลิลา

รางวัลสุพรรณหงส์

7. นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (Best Supporting Actress)
สู่ขวัญ บูลกุล จาก โฮมสเตย์ (HOMESTAY)

8. บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Screenplay)

– อนุชา บุญยวรรธนะ และ วาสุเทพ เกตุเพ็ชร์ จาก มะลิลา

9. ถ่ายภาพยอดเยี่ยม (Best Cinematography)

– ชัยพฤกษ์ เฉลิมพรพานิช จาก มะลิลา

10. ลำดับภาพยอดเยี่ยม (Best Film Editing)

– ชลสิทธิ์ อุปนิกขิต จาก โฮมสเตย์ (HOMESTAY)

11. บันทึกเสียงและผสมเสียงยอดเยี่ยม (Best Recording and Sound Mixing)

– บริษัท กันตนา ซาวด์ สตูดิโอ จำกัด จาก 9 ศาสตรา

12. เพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Original Song)

เพลง แสงสวรรค์ โดยศิลปิน บอดี้สแลม (Bodyslam) จาก 2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว

13. ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม (Best Original Score)

– ไรอัน ชอว์ และ สุธี แสงเสรีชน จาก 9 ศาสตรา

14. กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม (Best Art Direction)

– พัชร เลิศไกร จาก มะลิลา

15. ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม (Best Costume Design)

– นิรชรา วรรณาลัย จาก ขุนพันธ์ 2

16. เทคนิคพิเศษการแต่งหน้ายอดเยี่ยม (Best Make Up Effects)

– ศิวกร สุขลังการ และ อาภรณ์ มีบางยาง จาก ขุนพันธ์ 2

17. เทคนิคการสร้างภาพพิเศษยอดเยี่ยม (Best Visual Effects)

– บริษัท อิ๊กดราซิล กรุ๊ป จำกัด จาก โฮมสเตย์ (Homestay)

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com…

มิน พีชญา ถูกเปรียบเทียบ แพนเค้ก ลุกค์คนสวยใจบุญ แบ่งรายได้ 10% ช่วยสังคม

มิน พีชญา วันที่ 1 มี.ค. ที่ ร้านสยามสแควร์วัน มิน-พีชญา วัฒนามนตรี นางเอกชื่อดัง ให้สัมภาษณ์ในงานเปิดตัว “ใหม่! การ์นิเย่ ไลท์ คอมพลีท วิตามินซี ซูเปอร์ เอสเซนส์”

มิน พีชญา เรื่องที่แบ่งรายได้ของตัวเอง 10% มาทำโครงการช่วยเหลือสังคม รวมถึงอัพเดตความรักกับแฟนหนุ่มว่าใกล้มีข่าวดีหรือยัง

ถามถึงโครงการที่ช่วยเหลือสังคม?
“จริงๆ เหมือนเรามีโปรเจ็กต์ในใจมานานแล้วว่า รายได้ที่ได้มาในแต่ละเดือนจะมีการแบ่งออกมา 10% ในการเอามาช่วยเหลือสังคม พอดีว่าปีนี้ใกล้จะถึงวันเกิดแล้วก็เลยอยากเริ่มต้นทำสักที โครงการนี้มีชื่อว่า The Sister เป็นโครงการที่เราคิดเองและเริ่มต้นทำเอง ใช้ชื่อนี้เพราะอยากให้รู้สึกว่าเหมือนเป็นพี่สาวกับน้องสาวที่เข้ามาช่วยเหลือ ไม่ได้ห่างไกลจากตัวเขา มินตั้งใจอยากที่จะทำโครงการนี้ให้ได้ทุกเดือนต่อเนื่องด้วยค่ะ”

คนชื่นชมว่าสวยใจบุญมากเพราะยอมแบ่งรายได้ 10% มาช่วยเลย?
“ขอบคุณค่ะ แต่ว่าอย่างที่บอกว่าเรารู้สึกอยากที่จะทำตรงนี้ให้มันเกิดประโยชน์ แล้วคนที่ได้ความสุขคนแรกก็คือตัวเรานี่แหละ เหนือสิ่งอื่นใดทำงานหนักไม่ได้หลับได้นอน ได้เงินมามันก็มีความสุขนะ แต่มันก็ไม่เหมือนกับที่เราได้แบ่งปันไปให้ผู้อื่นด้วย”

ช่วงหลังเห็นภาพมินไปทำบุญบ่อย เลยมีบางคนเอาไปเปรียบเทียบว่าลุกส์ใกล้เคียงกับ ‘แพนเค้ก-เขมนิจ’ เลย?
“อุ๊ย! ไม่หรอกค่ะ จริงๆ ก็ดีใจถ้าใครจะมองอย่างนั้น ส่วนตัวชื่นชมทุกคนอยู่แล้วที่ทำอะไรดีๆ แต่อย่างที่บอกว่าเราก็เป็นจุดเล็กๆ แต่ถ้ามีหลายๆ จุดในประเทศนี้มันก็จะดี เพราะจริงๆ ไม่ได้อยากให้โฟกัสว่ามินทำหรือว่าใครทำ แต่อยากให้คิดถึงกลุ่มคนที่ต้องการความช่วยเหลือมากกว่า เรื่องกระแสเปรียบเทียบเราไม่ได้ซีเรียส เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำอะไรมันต้องมีการเปรียบเทียบแหละ แล้วทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะคิดด้วยค่ะ”

มิน พีชญา
ย้อนถามถึงวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา คู่เราดูหวานแบบเรียบง่าย?
“ใช่ค่ะ คู่เราจะไม่ค่อยได้หวือหวาเพราะว่าต่างคนต่างทำงาน ถ้ามีเวลาตรงกันก็ไปทานก๋วยเตี๋ยวด้วยกันบ้าง(หัวเราะ) วันนั้นหิวมากจำได้ว่าเลิกงานดึก ไม่ไหวแล้วขอแวะกินหน่อย นั่งกินอยู่เขาก็มีดอกไม้มาให้ ถามว่าแอบคิดว่าจะมีเซอร์ไพรส์อะไรจากเขามั้ย i99bet เหมือนเวลาเราทำงานเรารู้แหละว่าจะมีวันวาเลนไทน์ แต่เราไม่รู้ว่าวันนี้วันที่เท่าไหร่แล้ว มินจะเป็นลักษณะนั้นมากกว่า บางทีทำงานจนแบบเอ้า! สิ้นเดือนแล้วเหรอ ออกแนวสายชิล”

นอกจากดอกไม้แล้วยังมีอย่างอื่นให้อีกไหม?
“ไม่มีแล้วค่ะ แต่ว่าอีกวันก็เอาดอกไม้มาให้อีกช่อหนึ่ง(หัวเราะ) อันแรกมินว่ามันดูจริง หมายถึงว่าก็คงซื้อแถวนั้นแหละ แล้วมันเป็นความจริงใจ เราเองก็ไม่ได้ประเมินที่ราคาอยู่แล้ว แต่ประเมินที่ความตั้งใจว่าเขาอยากจะให้อะไร เพราะอีกวันก็เป็นช่อใหญ่หน่อย สงสัยเห็นคนอื่นให้กันแบบนี้เยอะก็เลยมีบ้าง เลยมีล็อตสอง(หัวเราะ) ส่วนตัวก็ดีใจค่ะเพราะว่าไม่ได้คาดหวัง”

หลายคนบอกว่าน่ารักดูไม่โอเวอร์ดี?
“ตอนนี้ก็แค่นี้แหละค่ะ ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง เหมือนเป็นพี่น้องที่ช่วยกันเสริมในด้านงาน ถามว่ามีเวลามีรายละเอียดอะไรกันมั้ย มันยังไม่ถึงจุดนั้น เขาเองก็ยุ่งบางทีหายไปทั้งวันเลยก็มี”

แล้วกับข่าวดีล่ะหลายคนก็ลุ้นอยู่?
“(หัวเราะ)ขอบคุณที่ให้ความสนใจค่ะ ตอบยากเนอะ เราเป็นผู้หญิงด้วยอะ แต่ ณ ตอนนี้ยังไม่มีค่ะ ถามว่าตัวเราพร้อมมั้ยกับการมีชีวิตครอบครัว ไม่รู้สิ คือทุกวันนี้ก็ยังทำงานอยู่ ยังคิดไม่ออก ส่วนตัวไม่กล้าตั้งเวลาหรือว่าอายุด้วยว่าจะเท่าไหร่ดี กลัวผิดหวัง มินว่าทุกอย่างมันมีเวลาของมัน เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นค่ะ”

มิน พีชญา
ทางฝ่ายชายมีเกริ่นๆ ไหม?
“มีเหมือนคุยๆ กับพ่อแม่ค่ะ แต่ว่ายังไม่ได้เป็นกิจจะลักษณะ คือคุยว่าแบบน้องอายุเริ่มโอเคแล้วนะ ประมาณนั้นมากกว่า ถามว่ากดดันมั้ยกับเรื่องความรัก คือเราแค่รู้สึกว่าเป็นที่จับตามองเนอะ เพราะว่าตอนนี้ก็แต่งกันหลายคู่เหมือนกัน แต่ว่าพอมาเป็นเรื่องของเราอาจจะยังมองไม่ออกว่าจะไปทางไหนหรือว่าเป็นเมื่อไหร่ เอาเป็นว่าให้ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไปดีกว่าค่ะ”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.khaosod.co.th…