มะนาวมณียา สาวเซ็กซี่สุดร้อนแรง ชนิดที่แดดบ้านเรายังต้องยอมแพ้

มะนาวมณียา สาวเซ็กซี่สุดร้อนแรงที่ขอปล่อยความแซ่บในชุดว่ายน้ำให้ชมกันใน E-Photobook ของ Mars Plus

เย้ายวนยั่วใจจริง ๆ สำหรับ มะนาว มณียา ฟักโต นางแบบสาวสุดเซ็กซี่ ที่มาในเซตชุดว่ายน้ำสีสดใส ปล่อยรังสีความแซ่บให้ได้ชมกันแบบเต็มตา อากาศบ้านเราที่ว่าแน่ยังต้องแพ้ให้กับความร้อนแรงของเธอ เผลอมองภาพนาน ๆ อาจทำให้ใจละลายได้

แซ่บขนาดนี้จะปล่อยผ่านไปได้ยังไง มาดูเซตภาพตัวอย่างสุดเซ็กซี่ของสาว มะนาว มณียา ที่กระปุกดอทคอมนำมาฝากกันดีกว่า บอกเลยว่าร้อนแรงไม่แพ้แดดบ้านเราจริง ๆ ส่วนใครอยากชมแบบจัดเต็มสามารถติดตามต่อใน E-Photobook ของ Mars Plus ได้เลยครับ…  บาคาร่า

น้องแอนน์ ขวัญใจหนุ่มๆสาย Esports ทั่วเอเชีย ใจจะขาดแล้วเอ๊ย!

น้องแอนน์ (Ann B. Mateo) นักแคสต์เกมสาวสวยสุดเซ็กซี่วัย 26 ปี ชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งเธอมีแฟนคลับติดตามทางเฟซบุ๊ก 2.8 ล้านคน และทางอินสตาแกรมอีกกว่า 9.2 แสนคน

สำหรับสาวแอนน์เป็นที่รู้จักของเหล่านักเล่นเกมด้วยการสตรีมเกมลงช่อง Twitch แต่ที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักกันในวงกว้างก็คือการได้ถ่ายแบบลงปก FHM และการอัดเทปตัวเองเต้นลงช่อง YouTube ในเพลง Trumpets’ Challenge ในปี 2016 ซึ่งยอดกระฉูดถึง 1 ล้านวิวอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ด้วยความที่เธอขยันอวดความเซ็กซี่ด้วยหน้าอกหน้าใจบิ๊กไซส์ และหน้าตาที่สวยคมสะดุดตาอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เธอกลายเป็นขวัญใจของบรรดาเกมเมอร์และหนุ่มฟิลิปปินส์ไปอย่างง่ายดาย โดยว่ากันว่าถ้ามีงานเกมออนไลน์ที่ไหนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ไม่มีน้องแอนน์ ถือว่างานนั้นขัดใจเกมเมอร์สุดๆ กันเลยทีเดียว

บาคาร่า

อันจีฮยอน เชียร์ลีดเดอร์ตัวท็อปแดนโสม นิยามของคำว่าเพอร์เฟกต์!

อันจีฮยอน สาวสวยวัย 22 ปีชาวเกาหลีใต้ ที่ได้ชื่อว่าเป็นระดับ “ตัวท็อป” ของวงการเชียร์ลีดเดอร์กีฬาอาชีพแดนกิมจิเลยทีเดียว

สำหรับสาวจีฮยอน เธอคือดาวเด่นแห่งวงการปอมปอมเกิร์ล กรือผู้นำเชียร์ ของลีกเบสบอลอาชีพเกาหลีใต้ ด้วยใบหน้าที่สวยงามระดับนางเอกซีรีส์ รูปร่างอย่างกับซูเปอร์โมเดล และทักษะการเต้นที่ไม่แพ้นักร้องเกิร์ลกรุ๊ป ทำให้เธอได้ชื่อว่าเป็นซุปตาร์แห่งวงการเชียร์ลีดเดอร์ของประเทศ

นอกจากนี้ ด้วยภาพลักษณ์ที่สดใสแต่แฝงไปด้วยความเซ็กซี่ ทำให้เธอเคยถูกนิตยสารดังอย่าง Maxim, Giant ฯลฯ ทาบขึ้นปกมาแล้ว แถมยังถูกเชิญไปปรากฏตัวในลีกบาสเก็ตบอลของแดนโสมอยู่บ่อยครั้งด้วย

แน่นอนว่า ดีกรีฮอตขนาดนี้ ทำให้อินสตาแกรมส่วนตัวของเธอ wlgus2qh มีแฟนคลับติดตามถึงเกือบ 2 แสนคนเลยทีเดียว  บาคาร่า

ฟรานซี่ฟรานเชสก้า ในชุดเซ็กซี่บิกินี่สีน้ำเงิน แซ่บกระแทกใจดีงามทุกตารางนิ้ว

ฟรานซี่ฟรานเชสก้า นางแบบเพลย์บอยบันนี่ 2019 สลัดผ้าอวดความขาวเนียน และหุ่นสุดเซ็กซี่ในชุดบิกินี่สีน้ำเงินสะดุดตา ท้าให้ชมแล้วใน Playboy Thailand

ไม่รู้ว่าช่วงนี้เทรนด์ชุดบิกินี่สีน้ำเงินมาแรงหรืออย่างไร แต่ที่แน่ ๆ กระต่ายสาวบันนี่ ฟรานซี่ ฟรานเชสก้า ใส่สีนี้แล้วดูเซ็กซี่และมีเสน่ห์ซะเหลือเกิน เหมือนถูกเชิญชวนให้มองอย่างไม่ลังเล พอเจอความขาวเนียนกระแทกใจเข้าอีกที ทำเอาสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวกันเลยทีเดียว ยกให้เป็นอีกเซตที่ใครไม่ดูถือว่าพลาด

อย่างที่ทราบกันดีว่าเล่ามาขนาดนี้แล้ว กระปุกดอทคอมต้องมีภาพตัวอย่างสุดซี้ดของ บันนี่ ฟรานซี่ ฟรานเชสก้า มาให้ทุกคนได้ชมกันเหมือนเช่นเคย และหากใครอยากเห็นภาพแบบฟูลเซต สามารถติดตามต่อในนิตยสารผู้ชาย Playboy Thailand ได้เลยครับ  บาคาร่า

 …

แพนเค้กเขมนิจ ตอบดราม่าชาวเน็ต อินเนอร์แซ่บแย่งซีน “แมท ภีรนีย์” บนแคทวอล์ก

แพนเค้กเขมนิจ จามิกรณ์ แต่ทว่าล่าสุดกลับมากระแสดราม่าเกี่ยวกับลีลาความแซ่บของเจ้าตัวที่ดูจะโดดเด้งเกินเหตุ จนไปกลบออร่าของนางเอกรุ่นน้อง แมท-ภีรนีย์ คงไทย ที่มาร่วมโชว์ความปังบนแคทวอล์กเดียวกัน โดยหลายคนมองว่าแบบนี้จะใช่การแย่งซีนเล็กๆ ของทั้งสองซุปตาร์หรือเปล่า

ซึ่งนอกจากสาวแพนเค้กจะไม่รอช้าขอออกมาเคลียร์ประเด็นดราม่าดังกล่าว โดยยืนยันว่าสถานการณ์บนแคทวอล์กไม่ใช่การแย่งซีน แต่เป็นอินเนอร์สดๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเดินแฟชั่นโชว์แล้วนั้น เจ้าตัวก็ยังย้ำให้แฟนๆ โล่งอกด้วยว่า ไม่ได้ปัญหาอะไรกับสาว แมท ภีรนีย์ อย่างแน่นอน

ล่าสุดไปเดินแฟชั่นแล้วเจอกับ แมท ภีรนีย์ มันมีดราม่าออกมาว่าเราสองคนแย่งซีนกัน ?
“ไม่เลย เราก็ทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ที่สุด ดีไซน์เนอร์เขาก็มีโจทย์กับชุดที่สวยงาม เราทำตามโจทย์ตรงนั้น ต้องขอบคุณพี่กีต้าร์ด้วยที่ เราไม่รู้ว่าเราเดินอยู่ในตำแหน่งตรงไหน แต่เราก็ทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ที่สุด แพนต้องขอบคุณพี่บุรินทร์ด้วย ที่ช่วยเอนเตอร์เทน พี่เขาก็ร้องเพลงอยู่บนเวที ทำให้เราได้ออกมาเล่นกันตรงเวทีนิดหนึ่ง มันเลยกลายเป็นโมเมนต์น่ารักที่เกิดขึ้นตรงนั้น มันเลยประทับใจ”

เลยเหมือนเราเล่นใหญ่ ?
“ไม่เลย ด้วยคอนเซ็ปต์งานเขาค่อนข้างสนุก แล้วเพลงมันสด เพราะฉะนั้นการที่เราเกิน มันไม่ใช่ว่าจะน่าบึ้ง มันต้องเป็นไปตามโชว์ แพนรู้สึกว่ามันน่าที่จะยิ้มได้ สนุกได้ เต้นนิดๆได้ พี่บุรินทร์ก็น่ารัก มาเล่นกับเรา ทำให้ได้หมุน ทุกอย่างมันสดหมด ไม่ได้เตรียมไว้ เราทำตามหน้าที่ของเรา”

จริงๆ อินเนอร์เราแรงด้วยไหม ?
“อันนี้คือคำชมใช่ไหมคะ (หัวเราะ) พอดีว่าชุดเขาสามารถเล่นได้ สะบัดได้ แล้วก็ตามคอนเซ็ปต์ของพี่กีต้าร์ดีไซน์เนอร์ เราเล่นกับชุดได้หลายอย่าง”

เหมือนเรารู้ข่าวดราม่านี้มาก่อนแล้ว ?
“เห็นตั้งแต่วันรุ่งขึ้น แต่ด้วยความที่พอลงจากเวทีเรายังได้คุยกับแมท เราก็ปกติ เราต่างโฟกัสในการทำงานของแต่ละคนมากกว่า”

หลังเวทีได้คุยกันไหมว่าอยู่บนแคทวอล์กเป็นยังไง ?
“ไม่เลย ลงไปเพลงก็จบ เราก็ได้คุยกันว่าเข้ามาเพลงจบพอดี อาจจะเหลื่อมๆ กันนิดหน่อย คือทักทายกันแค่นั้นก็จบ เราจะเจอกันตามงานแฟชั่นโชว์เป็นส่วนมาก”

ไม่คิดมากที่อยู่ๆ ก็โดนดึงมาดราม่า ?
“ไม่ค่ะ เราคนทำงาน เรารู้สเต็ปของการทำงานว่ามันจะเป็นแบบไหน”

ช่วงใส่ชุดแต่งงานเดินแฟชั่นค่อนข้างบ่อย เริ่มความคิดอยากแต่งบ้างไหม ?
“ก็มองไว้เป็นไอเดียนิดหนึ่งขอบอกไว้ก่อนแล้วกัน”

เริ่มคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวหรือยังเรื่องงานแต่ง จะอายุเท่าไหร่ดี ?
“เราไม่ได้คุยกันจริงๆ จังๆ เลยค่ะ แต่ถามว่ามีคุยไหม ก็มีคุยกันบ้าง แต่ไม่ได้เร่งรัด น่าจะมีไอเดียที่ตรงกันมากกว่า ยังอยากทำอะไรในสิ่งที่ทำกันอยู่ ณ ตอนนี้ หลายๆ อย่างค่ะ”

รอเรียนจบด้วยใช่ไหม ?
“ถ้าเป็นไปได้ก็จะดีค่ะ พยายามรีบ เราเรียนด้วยกันด้วย พยายามช่วยกันให้เรียบร้อยได้ด้วยกันทั้งคู่ ถามว่าจะจบเมื่อไหร่ แพนก็พยายามให้จบเร็วที่สุดค่ะ ภายในปีนี้ก็จะดีค่ะ”

ที่บอกว่ามีการพูดคุยกันบ้าง คือเป็นการพูดคุยของเรากันเอง หรือว่าพูดคุยกับพ่อแม่ด้วย ?
“ไม่คาดคั้นนะ (หัวเราะ) จริงๆ เราได้เจอกันตลอดอยู่แล้วระหว่างสองครอบครัว แต่ก็ไม่ได้เร่งรัดหรือว่าพูดคุยกันในเรื่องนี้ค่ะ”

เรากลัวว่าพี่หมีจะเซอร์ไพรส์ขอแต่งเราบ้างไหม ?
“เราจะบอกกันว่าอย่าเซอร์ไพรส์แบบนี้เลย ตั้งตัวไม่ทัน เป็นขำๆ มากกว่า ไม่ได้พูดคุยกันจริงจัง ปีนี้เราคบกันมาปีที่ 8 แล้วค่ะ”

แสดงว่าเราบอกกับพี่หมีไว้แล้วว่าอย่ามีเซอร์ไพรส์ ?
“เรามีคุยกันบ้างขำๆ ไม่ได้จริงจัง”  บาคาร่า

อยากตอบแทนแผ่นดิน โตโน่ เมินถูกมองสร้างภาพเก็บขยะ วอนคนไทยช่วยกัน

อยากตอบแทนแผ่นดิน ทนเห็นประเทศไทยติดอันดับมีมลพิษทางอากาศแย่ที่สุดไม่ได้ นักร้องหนุ่ม โตโน่ ภาคิน

อยากตอบแทนแผ่นดิน โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ทุ่มสุดตัวลงพื้นที่เก็บขยะด้วยตัวเอง ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด หวังปลูกจิตสำนึกคนไทยช่วยกันทิ้งขยะให้เป็นที่ มีโอกาสเจอเจ้าตัวในงานเบอร์รี่เพิร์ล เซเลบริตี้ อวอร์ด ครั้งที่ 2 จึงได้ถามถึงจุดเริ่มต้นในการทำโครงการเก็บรักษ์
โดย โตโน่ เผยว่า “จริงๆ แล้วก็คือมีความรู้สึกว่าจะตอบแทนอะไรแผ่นดินได้บ้าง ผมคิดไว้นานแล้วนะว่าเราจะทำยังไงให้ในตอนที่ยังมีแรงอยู่ ในตอนที่ยังมีคนฟังผม ยังมีคนมาสัมภาษณ์ผม ผมจะตอบแทนสังคมยังไงได้บ้าง เพราะการที่มีทุกวันนี้ได้ก็ไม่ใช่เพราะผมอย่างเดียว ไม่ใช่เพราะผมเก่ง หรือไม่ใช่เพราะผมหล่อ

แต่ผมโชคดีที่มีคนรัก มีคนเมตตาผม คนไทย รวมถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราจะตอบแทนยังไงได้บ้าง ก็เลยคิดเอาไว้ว่าการเปลี่ยนจากประเทศที่ มักจะติด 1 ใน 10 อันดับที่มันไม่ดี เช่น เราติดอันดับ 6 ประเทศที่ปล่อยขยะลงทะเลมากที่สุดของโลก เราติดหนึ่งในสิบประเทศที่มีมลพิษทางอากาศมากที่สุดในโลก ก็เลยคิดว่าจะทำยังไงที่จะเปลี่ยนจาก หนึ่งในสิบที่แย่ที่สุด เป็นหนึ่งในสิบที่ดีที่สุดให้ได้ รู้ว่ามันยากครับ เพราะเป็นเรื่องของจิตสำนึกคน แต่ตอนนี้ยังมีแรงก็เลยอยากลองดู”

เราไปเจอมากับตัวหรือว่าอย่างไร ?
“จริงๆ มันเจอกับตัวด้วย แล้วผมคิดว่าทุกคนก็เจอกับตัวเหมือนกัน มันหนักขึ้นเรื่อยๆ สังเกตมั้ย ไม่ว่าจะเป็นขยะในน้ำ ขยะตามข้างถนน ขยะใต้ทางด่วน หรือแม่กระทั่งตอนนี้มันมาเคาะหน้าบ้านแล้ว แค่เปิดประตูบ้านออกมาก็เริ่มใส่หน้ากากแล้ว นั่นก็คือทางอากาศ ดังนั้นอะไรที่มันจะไม่ให้โทษกับใครเลย ถ้าเป็นในเรื่องของการจะช่วยอะไรที่จะให้ทุกคนได้ด้วยกันหมด ถ้าเกิดเรามีประเทศที่สะอาดขึ้น”

อยากตอบแทนแผ่นดิน 

“เรามีประเทศที่มีอากาศดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนรวยหรือคนจน หรือทำอาชีพอะไร เราได้ใช้อากาศเดียวกันหมด มันไม่มีข้อเสียกับใครเลย ก็อยากจะทำตรงนี้ให้สำเร็จ แต่การที่ผมมาเก็บขยะ ผมคนเดียวมันไม่สามารถทำให้ประเทศเราสะอาดขึ้นมาได้หรอกครับ แต่อย่างน้อยๆ ถ้าเป็นการที่จะช่วยกันปลูกจิตสำนึก ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ที่ผมตั้งชื่อว่าเก็บรักษ์ ก็เพราะว่าทุกๆ อย่างขึ้นอยู่ที่มือของเรา ว่าเราเลือกที่จะเก็บมั้ย เราเลือกที่จะทิ้งตรงไหน เราเลือกที่จะใช้อะไร ผมก็เลยคิดว่าโครงการที่ผมอยากทำ คืออยากทำตรงนี้ อยากทำให้มันได้ก็ต้องให้ทุกคนช่วยด้วย”

ตามจุดประสงค์ของเราตั้งใจทำจริงจังขนาดไหน ?
“ตอนนี้เรายังไม่ได้รับบริจาคเงินอะไร ตอนนี้ใช้เงินของเราเองทั้งหมด ผมโชคดีได้มาเล่นคอนเสิร์ต ได้เล่นละคร ได้พรีเซนเตอร์ ผมก็เอาเงินที่ผมมีมาทำตรงนี้ ส่วนใครจะมาร่วมก็มาด้วยใจ ทุกคนมาช่วยกันก็ดีใจ ไม่ได้คิดว่าต้องเป็นมูลนิธิหรืออะไร คิดแค่ว่าในตอนที่เรายังหายใจอยู่หรือตอนที่เรายังมีแรงทำ

ผมอยากเห็นวันนั้นที่ไทยเราติด 1 ใน 10 ประเทศที่สะอาดที่สุดในโลก ไทยเราติดประเทศที่มีสิ่งแวดล้อมดีที่สุดในโลก ถ้าวันนึงผมมีภรรยามีลูก ผมก็อยากให้ลูกผมได้เห็นว่ายังมีป่าที่อุดมสมบูรณ์ในเมืองไทย ยังมีปะการังที่สวยงาม ยังมีอากาศที่ดีๆ ในเมืองไทย เออ ชีวิตมันก็มีความหมายขึ้น”

“บางทีชาวบ้านใช้วิธีการเผาขยะ ยิ่งเผามันก็ยิ่งเป็นมลพิษ เราก็เลยไปเคลียร์ขยะตรงนั้นซะ โดยที่เอาขยะพวกนั้นไปทิ้งในที่ที่ถูกต้อง คือจ้างรถขยะไปกำจัดให้ถูกวิธี การที่ทำโครงการนี้มามันไม่ได้หมายความว่า ทีมเก็บขยะหรือภาครัฐไม่ดีนะครับ เพียงแต่ผมมีความคิดว่า ถนน ข้างทาง หรือที่สาธารณะอะไรก็ตามแต่ มันไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่ไปบอกว่ามันเป็นหน้าที่ของหลวงก็ให้เขาจัดการสิ แต่ผมมีความเห็นว่าถ้าเราจะเปลี่ยนประเทศนี้ให้ไปในทางที่ดีได้ นั่นคือถนนของเรา นั่นคือหญ้า คือดินของเรา นี่คืออากาศของเรา นี่คือแม่น้ำของคนไทย ผมเชื่อว่าถ้าอะไรก็ตามที่คนไทยคิดจะทำ ไม่มีเลยที่คนไทยทำไม่ได้ ถ้าคนไทยช่วยกัน ถ้าคนไทยเห็นถึงความสำคัญ ผมว่าเราเปลี่ยนได้แน่นอนในยุคของเรา”

อยากตอบแทนแผ่นดิน 
หลังจากลงมือทำเห็นโครงการเป็นรูปเป็นร่าง รู้สึกเป็นไปได้ไหมที่ประเทศไทยจะเป็นอย่างที่เราคาดหวังไว้ ?
“ผมเชื่อว่าเป็นไปได้นะครับ เพราะเราทิ้งได้ก็ต้องเก็บได้ ที่สำคัญคือผมว่าทุกวันนี้พี่ๆ สื่อมวลชนก็ช่วยลงข่าว เด็กๆ น้องๆ เห็นเราก็เริ่มเห็นแล้วว่าพลาสติกมันให้โทษยังไง การที่เราได้ไปเก็บได้เจอกับคนรู้ เราได้ศึกษาว่ามันมีโทษเยอะนะ เช่น ผมเพิ่งได้มาทราบว่าพลาสติกบางอย่างที่ย่อยสลายได้ จริงๆ มันย่อยไม่ได้ครับ ไม่ว่าจะบนบกหรือในน้ำ มันแค่แตกตัวเป็นไมโครพลาสติกที่เรามองเห็น เล็กเหมือนฝุ่น แล้วปลา หอย กุ้ง ก็กินเข้าไป แล้วเราก็กินปลา”

“ดังนั้นเราก็เจอโรคต่างๆ โรคมะเร็งในลำไส้ โรคแปลกๆ ที่หาสาเหตุไม่ได้ว่าทำไมเราถึงป่วย หลังจากผมไปช่วยพี่ตูนวิ่ง ผมอยากจะทำอะไรสักอย่างนึงให้ประเทศเรามันดีขึ้น เราเห็นว่าขณะจะไปวิ่งยังต้องใส่หน้ากาก จะทำยังไงที่เราจะไปแก้ถึงต้นเหตุได้จริงๆ ถ้าเราช่วยกันปลูกจิตสำนึกให้คนไทยรักในประเทศของตัวเองขึ้นมาได้จริงๆ ผมเชื่อว่าทุกคนรักอยู่แล้วล่ะ แต่วิธีไหนที่รักแล้วมันทำให้ประเทศดีขึ้น ถ้าในเรื่องของเศรษฐกิจผมไม่เก่ง ในเรื่องของเงินก็มีคนที่รวยขึ้นและจนลงทุกวัน แต่ในเรื่องของอากาศที่ดีไม่ว่าจะเป็นคนรวยหรือคนจน ก็ใช้อากาศเดียวกัน ก็คิดว่าอยากจะทำตรงนี้ให้ได้ครับ”

เห็นข่าวที่มีคนมองว่าเราสร้างภาพขยะเก็บ รู้สึกอย่างไรบ้าง ?
“ผมคิดว่ามันก็เป็นสิทธิของทุกคนที่จะพิมพ์อะไรก็ได้ จะคิดอะไรก็ได้ หรือจะพูดอะไรก็ได้ แต่ความสำคัญคือไม่ว่าจะเป็นคนทำ หรือคนพิมพ์ ในแต่ละวันกำลังทำอะไรอยู่บ้าง อย่างน้อยๆ ถ้าผมจิตใจไม่ดี ผมมันอยากดัง ผมมันอยากสร้างภาพ แต่ถ้าการสร้างภาพของผมมันทำให้คลองที่อยุธยามันสะอาดขึ้น ที่แสมสารมันสะอาดขึ้น ที่หาดแม่รำพึงมันสะอาดขึ้น มันก็อาจจะเป็นการสร้างภาพที่ดีของผมก็ได้ แต่ผมไม่จำเป็นต้องสร้างภาพ ถ้าผมจะสร้างภาพหรือจะสร้างกระแสมีวิธีอื่นอีกเยอะ ที่จะสร้างแล้วทำให้ผมได้งาน หรือทำให้ผมดัง แต่การที่ผมทำทุกวันนี้คืออยากตอบแทนในสิ่งที่ทุกคนให้ผมมา ผมมีชื่อเสียง มีงานในวันนี้ได้ ก็เพราะทุกคนนั่นแหละครับ ดังนั้นก็เลยอยากจะตอบแทนแผ่นดินที่ให้ผมยืนอยู่ ตอบแทนความรักที่ทุกคนมีให้แค่นั้นเอง”

เราทำดี แต่มีคนคอมเม้นต์ในแง่ไม่ดี เสียใจไหม ?
“ไม่หรอกครับ ผมไม่ได้เสียใจนะ ผมก็ผ่านอะไรมาเยอะเหมือนกัน ข่าวที่ดีก็มี ข่าวที่ไม่ดีก็มี แต่ไอ้เรื่องนี้มันสำคัญกว่าเรื่องของตัวผมเอง มันไม่ใช่เป็นเรื่องว่าทำแล้วคนจะมองว่าผมเป็นคนดีหรือคนไม่ดี เป้าหมายของผมคือเรื่องของชาติ เรื่องของแผ่นดิน ในวันที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต ผมเห็นคนไปเก็บขยะที่สนามหลวงกันเยอะเลย เพราะเรารักท่าน ผมก็รักท่าน ความรักมันคงไม่ได้แสดงกันแค่วันนั้นวันเดียว ถ้าเกิดเรารักใครสักคนนึงจริงๆ เรารักแผ่นดินนี้จริงๆ ผมว่าเรามาช่วยกันทำดีกว่าครับ ส่วนใครจะคิดยังไงมันไม่สำคัญหรอก ไม่เท่ากับว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ คนที่เขาพิมพ์ว่าผมวันนึงเขาอาจจะมาช่วยผมเก็บก็ได้ ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีครับ”

หลังจากนี้จะไปเก็บขยะอีกที่ไหน เมื่อไหร่ ยังไง ?
“วันที่ 21-22 มี.ค.นี้ครับ ที่จังหวัดระยอง หาดแม่รำพึง ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 3 ไม่นับรวมกับที่เก็บที่กรุงเทพฯนะครับ คนที่อยากจะมาร่วมคือในวันที่ 21 ผมจะไปดูพื้นที่ในตอนเช้า และจะเริ่มเก็บกัยจริงๆ จังๆ ตอนประมาณเที่ยงไปจนถึงมืด ส่วนวันที่ 22 น่าจะเก็บกันตั้งแต่ 9 โมงเช้าจนถึงมืด ที่หลักๆ คือหาดแม่รำพึง ต้องการให้มันสะอาด ทุกคนไปร่วมได้เลย ไปเจอกันตรงนั้นได้เลย”

ขอบคุณแหล่งที่มาhttps://www.khaosod.co.th

ปั้นจั่น ปรมะ ขอโทษ ดราม่า #อยากแปลกไม่เเดกคนละครับ แค่สะเทือนใจ

ปั้นจั่น ปรมะ วันที่ 8 มี.ค. ที่ซีคอนบางแค ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย มาร่วมพิธีเปิดงานมหกรรม Bangkok Brand 2019

ปั้นจั่น ปรมะ พร้อมให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่โพสต์ข้อความไม่เห็นด้วย ที่รายการแข่งขันทำอาหาร มาสเตอร์เชฟ ไทยแลนด์ นำปลากระเบนนกหายาก มาให้ผู้เข้าแข่งขันทำอาหาร พร้อมติด #อยากแปลกไม่เเดกคนละครับ จนเป็นกระแสดราม่าเดือดในโลกออนไลน์ ถึงขั้นชาวโซเชียลยุ ฐิสา-วริฏฐิสา ไม่อยากให้คบด้วย?

อยากจะชี้แจงอะไรถึงดราม่าที่เกิดขึ้นบ้าง?

“หลังจากที่โพสต์ไปก็มีกระแสในโซเชียลทั้งในทวิตเตอร์และไอจี มีคนมาคอมเมนต์ แต่ยังไม่ได้มีโอกาสพูด ยังไม่ได้เขียนหรือตอบอะไร เพราะรู้ว่าจะต้องมีงานและรู้ว่าพี่ๆ จะมาสัมภาษณ์ จะได้ตอบทีเดียวเลย ก่อนอื่นผมต้องขอโทษด้วยสำหรับแฮชแท็กที่อาจจะทำให้ไปกระทบความรู้สึกของแฟนๆ รายการ รวมถึงผู้เข้าแข่งขัน คณะกรรมการผู้มีคุณวุฒิทั้งหลาย บอกด้วยความจริงใจเลยว่าตอนที่เขียนไม่ได้มีเจตนาที่จะต่อว่าหรือทำให้รู้สึกไม่ดี คือเวลาเราเขียนแฮชแท็กก็ต้องทำให้เป็นแฮชแท็กที่น่าสนใจ ผมต้องขอโทษด้วยที่อาจจะคิดน้อยไปหน่อยและใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม อันนี้จะเป็นบทเรียนที่ทำให้ผมระวังในการเล่นโซเชียลมากกว่านี้ ไม่ใช้คำหยาบคายที่จะส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของคนอื่นแบบนี้อีกแล้ว แต่โดยส่วนตัวแล้วสิ่งที่พูดไปผมรู้สึกจากใจจริงๆ”

เจตนาที่โพสต์ตอนนั้นยอมรับว่ามาจากการที่เราดูรายการ?

“ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ มองว่าเป็นข้อแก้ตัวก็ตาม บอกตรงๆ ว่าผมไม่ได้แก้ตัว ผมติดตามรายการมาสเตอร์เชฟมาตั้งแต่ซีซั่นแรก แต่ซีซั่นนี้ไม่ได้ดู เพราะปกติผมจะตามดูในยูทูป ผมไม่ทราบจริงๆ ว่าเป็นของช่องไหน ผมเห็นข่าวแล้วรู้สึกสะเทือนใจ เพราะผมเป็นคนรักธรรมชาติและชอบท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ก็ต้องขอโทษด้วย”

ตกใจมั้ย เพราะกระแสแรงมาก?

“ตกใจนะครับ จากเรื่องหนึ่งกลายไปเป็นอีกเรื่องที่เข้าใจว่าผมไปดิสเครดิตช่องเขา เราคนในวงการเดียวกัน ผมทราบดีเรื่องมารยาท ไม่เคยคิดว่าช่องไหนจะมานั่งดิสเครดิตกัน เพราะผมทำงานกับทุกที่และรู้จักกับผู้ใหญ่ในสาขาต่างๆ ไม่เคยคิดเลยว่ามันจะส่งผลกระทบ แค่นี้ก็ส่งผลกระทบไม่ใช่แค่กับตัวผมเดียว แต่ลามไปถึงคนที่อยู่รอบตัวผมด้วย ยังไงก็ต้องขอโทษ ขอให้ทุกคนเข้าใจและให้อภัยในสิ่งที่ผมทำลงไปด้วย ไม่อยากให้ไปถามหรือหาอะไรก็แล้วแต่กับคนอื่น ถ้าเกิดว่ามีอะไรขอให้มาที่ผม ให้ผมเป็นคนพูด เป็นคนอธิบาย เพราะคนอื่นไม่เกี่ยวข้องกับการลงโซเชียลครั้งนี้ของผม”

ปั้นจั่น ปรมะ

พอโพสต์ปุ๊บคนก็ไปขุดคุ้ยกับสิ่งที่เราเคยทำ ว่าเราเคยเป็นคนพาไปชิมหูฉลาม?

“ที่จริงรายการนั้นเป็นเทปส่งมาจากญี่ปุ่น ผมเป็นเหมือนแค่คนบอกเล่า ไม่ได้เป็นคนไปชิม ถามว่าผมเคยทานหูฉลามมั้ย ผมเชื่อว่า 90 เปอร์เซ็นต์คนในเอเชียเคยทานกัน แต่ ณ วันนี้เราหยุดทาน ผมก็ต้องขอโทษด้วย เป็นวิจารณญาณของแต่ละคนว่าจะหยุดหรือจะกิน เราไม่สามารถไปห้ามใครได้ แค่บอกต่อแล้วรณรงค์ ถ้าเขายังไม่เลิกก็ไม่ใช่ความผิด เพราะมันยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่ยังไม่ถูกปกป้อง ยังไม่ได้อยู่ใน พรบ.คุ้มครอง สำหรับตัวผมเอง ผมไม่กล่าวโทษใครทั้งนั้น สิ่งที่ผมทำไปไม่ได้มีเจตนาไปสื่อให้ใครเสียความรู้สึก แต่สำหรับคนรักสัตว์เวลาพูดถึงเรื่องนี้เราจะรู้สึกสะเทือนใจ กระทบใจเราค่อนข้างมาก”

เครียดกับกระแสตีกลับมาหาเรายังไงบ้าง?

“จะบอกว่าไม่เครียดเลยก็ไม่ได้ หลายคอมเมนต์ก็บอกให้ไม่ต้องไปอ่าน แต่ผมอดไม่ได้ที่จะไม่อ่าน ผมต้องอ่านเพื่อจำเป็นบทเรียนว่าจะต้องปรับปรุงแก้ไขยังไง ผมกล้ารับปากว่าเรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นอีกในชีวิต เพราะผมจะไม่ไปแตะอะไรกับโซเชียลอีกแล้ว รู้สึกว่าเป็นเรื่องเซนซีทีฟ และไม่มีใครเข้าใจเราทั้งหมด บางทีข้อความที่จะสื่อออกไปในหนึ่งคำนั้นอาจจะถูกตีความหมายไปได้เป็น 10 เป็น 100 เหมือนที่เกิดขึ้น ผมไม่รู้เลยว่าจะออกมาเป็นแบบไหน เอาเป็นว่า ณ วันนี้ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ และจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วครับ

หลังจากนี้การวิจารณ์หรือการโพสต์ของเราต้องคิดมากขึ้นไหม?

“ณ วันนี้ตัดสินใจแล้วครับ ว่าเราจะไม่วิจารณ์อะไร ใดๆ กับใครทั้งสิ้นแล้ว อาจจะเป็นบทเรียนที่เราเพิ่งแก้ไข ผมเองก็อยู่วงการมานาน รู้สึกว่าตัวเองก็ระวังในทุกฝีก้าว แต่ว่าคงจะระวังไม่พอ ทั้งนี้คงจะเข้าใจทุกๆ อย่างแล้วครับ จะทำอะไรก็จะทำกับตัวเอง คงไม่เข้าไปก้าวก่ายในส่วนของใครแล้วทั้งสิ้น”

มีผู้ใหญ่เข้ามาถามบ้างไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?

“ผมว่าหลักๆ แล้ว คนที่อยู่ในวงการหรือพี่ๆ รอบตัว เข้าใจในเจตนา สำหรับคนที่รู้จักผม ที่จริงบางคนก็ไม่มีอะไรให้กำลังใจ เพราะเขารู้เจตนามากกว่า ส่วนผมเองไม่ได้มีเจตนาก้าวล่วงหรือไปพูดเสียดสี หรือไปให้ร้ายรายการ หรือผู้ใหญ่ในรายการทั้งสิ้น เพราะก็เป็นผู้ใหญ่ที่ผมเคารพและติดตามผลงานมาตลอด อย่างตอนที่ผมทวิต ผมไม่คิดว่าจะกระทบถึงผู้ใหญ่สักคน ด้วยความที่ผมอาจจะคิดน้อยไป ขอโทษจริงๆ ครับ”

หลังจากนี้จะห่างจากการเล่นโซเชียลไปสักพักเลยไหม?

“คงไม่ครับ ผมคงใช้ชีวิตตามปกติ สิ่งที่ผมโพสต์ไป ผมบอกตรงๆ ว่า ผมคงจะไม่ลบหรืออะไรทั้งสิ้น เพราะหนึ่งผมทิ้งไว้ให้เป็นบทเรียนกับตัวผมเอง ก็ไม่มีอะไรครับ”

ตอนนี้มีคนถึงขั้นยุ ไม่อยากให้เราคบกับ ฐิสา แล้ว เขาโยงมาจากเรื่องดราม่า เรารู้สึกยังไงบ้าง?

“อันนี้ไม่ขอตอบแล้วกันครับ ผมว่ามันก็แล้วแต่ มันคนละเรื่องกัน แต่ถามว่าน้องมีผลกระทบมั้ย ผมก็เข้าใจ มันพูดยากเนอะ สิบเท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง ผมเองก็เป็นคนทั่วไป มีผิดพลาดเป็นธรรมดา แต่สิ่งสำคัญคือผมพร้อมที่จะแก้ไข ต้องขอโทษด้วยในสิ่งที่ทำให้แฟนๆ ของทั้งผมและของน้องผิดหวัง ผมคงจะแก้ไขปรับปรุงตัว พิจารณาในสิ่งที่ตัวเองทำให้มากกว่านี้ ปกติก็พยายามระวังทุกอย่างอยู่แล้ว ต้องขอโทษจริงๆ ครับ”

ถามถึงเรื่องงานบอลช่อง 3 มีคนแซวว่าเราพกอะไรไปทานในสนามด้วยเปล่า เห็นรูปยัง?

“เห็นภาพครับ ตลกดี ที่จริงเรื่องนี้คือมันแว๊บเดียวเองนะ และเราก็ยิงไม่เข้า”

แต่มันค่อนข้างโดดเด่นพอสมควร?

“อาจจะเป็นเพราะกางเกงผ้าร่ม”

เราไม่ได้ใส่เซฟ ใส่สเตย์?

“ผมว่าคนอื่นก็คงไม่ได้ใส่เซฟนะ คือใส่เซฟแล้วมันอึดอัด ผมก็ระวังมาโดยตลอด เพราะเรื่องนี้มันก็อยู่วนเวียนรอบตัวเรา เราเลยระวังเป็นพิเศษ แต่ช็อตนั้นไม่คิดจริงๆ ว่าจะเป็นอย่างนั้น พอเห็นก็ตกใจ ฮาดี ยังไงพี่ๆ แฟนๆ ก็ยังให้ความสนใจ แต่ที่ไม่ใช่ที่หน้าเราเท่านั้นเอง(หัวเราะ)”

มีคนแซวไหม?

“ส่วนใหญ่จะเป็นพี่ๆ ในกลุ่ม และพี่ๆ พี่ฝน(ผู้จัดการ) แบบโอ้โห งามไส้อีกแล้ว คือถึงแม้เราจะระวังแล้วก็ตามครับ แต่ไม่เป็นไร ผมถือว่าเป็นเรื่องตลกๆ แต่ก่อนเราอาจจะหงุดหงิดกับเรื่องพวกนี้นะ แต่ว่า ณ วันนี้ อะไรก็ปลงหมดแล้ว ธรรมะช่วยได้ ธรรมะสวัสดี”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.khaosod.co.th

โบว์ เมลดา รับมีหนุ่มคุย รอเรียนจบเปิดตัว ถ้ารักจริงต้องรอ รอไม่ได้ก็ไปเลยจ้า

โบว์ เมลดา  แจงควง โดนัท ภัทรพลฒ์ เที่ยวญี่ปุ่น ไปทำงานยันสถานะแค่เพื่อนจริง ๆ รับมีหนุ่มคุย รอเรียนจบค่อยเปิด ถ้ารักจริงต้องรอได้ รอไม่ได้ก็ไปเลยจ้า

โบว์ เมลดา หลังจากมีภาพควงกันไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น ยิ่งทำให้คนจับตามองเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนางเอกหน้าหวาน โบว์ เมลดา กับหนุ่ม โดนัท ภัทรพลฒ์ ล่าสุดได้เจอสาวโบว์ ที่งาน Thai Supermodel contest 2019 ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมาเผยถึงสถานะตอนนี้กับหนุ่มโดนัทด้วย

ไปญี่ปุ่นมาเป็นยังไงบ้าง ?

โบว์ : สนุกมากจ้า แล้วก็เหนื่อยมากจ้า มันคือไปตามสถานที่ต่าง ๆ ไปปั๊บคือถ่ายรูปขึ้นรถไปโปรโมตจังหวัดชิซูโอกะ แบบว่าไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งปีนี้เขาก็เอาโดไปด้วย

ครอบครัวไปด้วยไหม ?

โบว์ : พ่อแม่ของโดไม่ได้ไปด้วยค่ะ เขาต้องไปทำงานแต่ว่าไปที่ญี่ปุ่นเหมือนกัน

แต่ก็ไปเจอกันที่นู่นไหม ?

โบว์ : ที่นู่นไม่เจอเลยค่ะ เพราะว่าพ่อกับแม่เขาก็ทำงานตัวเขาก็ยังทำงานเหมือนกัน

เหมือนกับไปเที่ยวในตัวด้วย ?

โบว์ : จริง ๆ เราไม่ได้ไปเที่ยวเลย เราไปทำงาน ทำทุกวัน ตื่นเช้ามาก คือแบบหน้าบางรูปก็อาจจะโหล ๆ ดูอึน ๆ ทำงานจริง ๆ ค่ะ ไปรับงานจริง ๆ อารมณ์เหมือนถ่ายแบบ แต่ว่าไม่ได้มีช่างภาพไม่มีอะไร คือเราไปรับวัฒนธรรมของจังหวัดชิซูโอกะ มาให้คนไทยได้รู้ว่าที่ชิซูโอกะไม่ได้มีแค่ความกลัว บางที่สถานที่ที่คนกลัวก็จะไม่ไปกันแต่มันมากกว่าที่คนไทยรู้

โบว์ เมลดา 

ไปทริปนี้ถือว่าจัดเต็ม ?

โบว์ : ใช่ค่ะ เพราะว่าการทานอาหารกับคนญี่ปุ่นถ้ากินไม่หมดคือเสียมารยาท น้ำหนักขึ้นมา 2 กิโลจ้า ตอนนี้ก็ 57 แล้วค่ะ โดนสั่งลดแล้วค่ะ นั่นแหละค่ะ ก็เอาภาพมาฝากด้วยคนจะได้หายคิดถึงกัน

เห็นคอมเมนต์ที่คนไปแซวกันไหม ?

โบว์ : เห็นเยอะเลยค่ะ บางคนบอก อุ้ย..อยากแซวจังเลย แซวมาเลยจ้า (ยิ้ม)

ชินแล้วหรือยังกับการโดนแซว ?

โบว์ : มันก็ชินแล้ว คือเรารู้ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากขนาดนั้นเราเป็นเพื่อนกัน

คนแซวว่าเป็นแฟนกัน ?

โบว์ : หลาย ๆ คนเชียร์กันเยอะ ถ้าสมมุติเป็นแฟนกันก็ให้มันเป็นเรื่องอนาคต แล้วก็ในเรื่องของความรู้สึกเหมือนกับความคิดไม่ตรงกัน ถ้าสมมุติว่าจะมีแฟนแม่โดเองบอกว่าอยากให้เรียนจบ ส่วนโบว์ก็อยากเรียนให้จบก่อนเพราะว่าเราอยู่ในสังคมไทย ก็รักกันจังเลยดราม่า ก็รู้สึกว่าทำอะไรที่มันถูกหลักประเพณีดีกว่า ที่มันแบบว่าเรียนจบแล้วค่อยมีแฟน มีหน้าที่อนาคตที่ดีแล้วค่อยมามุ่งเรื่องทางนี้คือเราอ่ะมีคุย แต่เรายังไม่อยากยังไม่รู้สึกว่าเปิดแล้วมันจะดีเอาให้มันรู้สึกว่าใช่จริง ๆ ถึงค่อยเปิด ณ ตอนนี้ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ไปถามแม่ได้เลย พ่อก็บอกว่ามันเป็นเพื่อนกันจริง ๆ เนาะ ตอนแรก ๆ แม่เองก็คิดว่าจีบกัน

อย่างคนที่บอกว่าคุยอยู่เนี่ย หมายถึงคนคุยนอกวงการหรือในวงการ ?

โบว์ : ยังไม่บอกเนาะ ไม่คือในความรู้สึกยังไม่อยากเพราะว่าต้องดูก่อนว่าเรียนจบแล้วเขายังอยู่ไหม ถ้าเขายังอยู่ก็พร้อมเปิด

โบว์ เมลดา 

มีไปไหนมาไหนด้วยกันบ้างไหม ?

โบว์ : ก็มีบ้าง แต่ไม่เยอะ ถือว่าน้อยมาก คือมันไม่ได้เจาะจงว่าจะคุยไปเรื่อย ๆ แต่แค่ไม่ได้มีใครไปมากกว่านี้

มีเงื่อนไขยังไง ?

โบว์ : เงื่อนไขคืออย่าเยอะเนาะ (หัวเราะ) แล้วก็เข้าใจเรา เข้าใจในการทำงานของเรา การใช้ชีวิตของเรา เรารู้สึกว่าการเป็นแบบนี้มันโอเค ไม่ใช่ไม่อยากมีแฟนแต่ขอเรียนจบก่อนเพราะไม่อยากให้ผู้ใหญ่หรือว่าคนภายนอกมามองว่า อุ้ย..ยังเรียนไม่จบเลยมีแฟนซะแล้ว ซึ่งสมัยนี้มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 มีแฟน ซึ่งมันก็ปกติ แต่เราอยู่ในวงการคนสาธารณะมันก็ควรจะทำอะไรที่ถูกต้อง ควรจะเชื่อฟังพ่อแม่ แค่นั้นแหละค่ะ

แบบนี้เราก็มีคุยกันหลายคน ?

โบว์ : เราก็คุยกันหลายคนค่ะ แต่ว่าสถานะโดคือเพื่อน เพื่อนที่สนิทจริง ๆ คุยกันได้ทุกเรื่อง จริง ๆ บางทีการใกล้ชิดกันก็อาจตีข่าวกันผิด ๆ นะคะ

แล้วไม่กลัวเขาจะรอไม่ไหวเหรอ ?

โบว์ : รอไม่ได้ก็ไม่ต้องรอ หาใหม่ได้ แฮปปี้ (หัวเราะ)

แต่เขาก็โอเคใช่ไหม ?

โบว์ : ก็ถ้าไม่โอเคก็คือไปกันไม่รอด เพราะว่าเราคุยกันแล้ว ต้องตกลงกันเรียบร้อยถ้ามันใช่จริง ๆ ค่อย รักจริงต้องรอได้สิจ้ะ ถ้ารักไม่จริงก็ไปเลยจ้า

เจอพ่อแม่ไหม ?

โบว์ : ก็มีเจอค่ะ พ่อแม่ก็โอเคไม่ได้ห้าม พ่อแม่ต้องรับรู้ว่าคุยกับใครไม่ได้ห้ามเราสนิทกับใคร

ถ้าเจอปาปารัสซี่ ?

โบว์ : อ๋อ…ไม่เป็นไร เพราะคนเราชอบถ่ายรูปเยอะมาก กินข้าว อ้าปาก ถ่ายทำไม รูปไม่เห็นสวยเลย (หัวเราะ)

ยังไม่บอกว่าเป็นใครเนาะ ?

โบว์ : นั่นแหละค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com

เก้า สุภัสสรา พูดคนมองแย่ง เชา ชวลิต จากแฟนเก่า บอกเรามีคุณค่ามากกว่านั้น

เก้า สุภัสสรา ปัดแย่ง เชา ชวลิต จากแฟนเก่า แจงเขาเลิกกันแล้ว ลั่นไม่บั่นทอนสถานะ

เก้า สุภัสสรา เรียกว่าเพิ่งเปิดตัวกำลังศึกษาดูใจกัน ก็เจอดราม่าแย่งแฟนคนอื่นซะแล้ว สำหรับ เก้า หลังเจอสาวเน็ตออกมาแฉว่าระหว่างที่เจ้าตัวกำลังคบหาดูใจกับ หนุ่ม เชา ชวลิต มันเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวกันกับช่วงที่ฝ่ายชายเลิกแฟนเก่า ล่าสุด (7 มีนาคม 2562) ได้มีโอกาสเจอสาวเก้า เจ้าตัวก็ชี้แจงว่า

“เห็นข่าวแล้วค่ะ มีพี่นักข่าวส่งมาให้ ได้อ่านแล้วแล้วก็รับรู้แล้ว ส่วนตัวหนูก็ขอชี้แจงว่ามันไม่ได้มีอะไรแบบนั้นเลย กับเรื่องความรักเราไม่ได้มีตรงนี้มาแล้วสักพัก แล้วพอเราจะเปิดใจคุยกับใครสักคนหนึ่ง หรือว่าจะศึกษากับใคร เราก็ต้องเคลียร์กันก่อน อย่างที่บอกว่าเรารู้จักกับพี่เขามาปีกว่าแล้ว มันก็รู้อยู่แล้วว่าสถานะก่อนที่พี่เขาจะคุยกับเราเป็นยังไง ถ้าพี่ทุกคนมาอยู่จุดหนู ก็เชื่อว่าไม่มีใครอยากจะคุยซ้อนหรอก ไม่มีใครอยากจะเป็นมือที่สาม ไปแย่งใครมา เพราะจริง ๆ ตอนเราว่าง ๆ อยู่ก็มีคนเข้ามา เราก็ต้องเช็กก่อน แล้วแฟนคุยซ้อนมันก็ทำให้เราไม่มีคุณค่า คือเรามีคุณค่ามากกว่านั้นอยู่แล้ว”

ที่เราบอกรู้จักกันมาปีกว่าแต่ฝ่ายหญิงบอกเลิกกันมา 5 เดือน ?

เก้า  : หนูรู้จักกับเขามาปีกว่าแต่หนูไม่ได้คุยกับเขานะคะ แต่ถ้ามาศึกษาดูใจกันจริง ๆ หนูบอกเลยว่าไม่กี่เดือน น่าจะประมาณปลายปีที่แล้วเองค่ะ

คนตัดสินเราไปแล้วว่าเป็นมือที่สาม ?

เก้า  : จริง ๆ ก็แล้วแต่คนจะคิดนะ คนใกล้ตัวทั้งของเราของพี่เขา ก็สามารถออกมาชี้แจงได้ ว่าระยะเวลาที่เราคุยกันมันไม่มีอะไรแบบนั้นแล้ว ก่อนที่จะมาคุยกันมันไม่มีการคาบเกี่ยวอยู่เลย

เรื่องข่าวได้คุยกับเขาไหม ?

เก้า  : ก็ส่งข่าวให้พี่เขาดู แล้วก็บอกว่าเราเองต้องออกมาพูดนะ เราเองก็รู้สึกไม่สบายใจนะ เพราะมันไม่ใช่เรื่องของเรา มันเป็นเรื่องของพี่เขาสองคน การที่เราออกมาแบบนี้เราก็ต้องไปพูดถึงคนอื่น เรารู้สึกไม่ดี

เพื่อนของแฟนเก่าเขาบอกว่า เราสั่งลบรูปด้วย ?

เก้า  : หนูว่าคนเราไม่สามารถไปบังคับใครได้หรอก ถ้าไปบังคับให้พี่เขาลบอะไรแบบนั้น พี่เขาคงมองหนูว่าหนูเป็นคนที่ร้ายมากเลยนะ เขาก็คงคิดว่า จะมาคบกับหนูทำไม ถ้าหนูร้ายขนาดนั้น มันเป็นความทรงจำของเขาสองคน ช่วงเวลาที่เขาสองคนคบกันมันเป็นอะไรที่น่ารักและประทับใจ ทุกคนก็อยากมีความทรงจำ หนูเองก็เหมือนกันหนูมีอดีตพี่เขาก็มีอดีต มันเป็นความทรงจำดี ๆ ไม่อยากลบหรอกค่ะ หนูก็ไม่ได้ลบเหมือนกัน

บั่นทอนความสัมพันธ์ไหม ?

เก้า  : ก็ไม่ได้บั่นทอนค่ะ แต่เรารู้สึกว่าเราเครียด หนูพูดจริง ๆ ว่าหนูเป็นคนนอก มันเป็นความรักของเขาแล้วเราต้องออกมาพูดแทนเขา ก็กังวลเหมือนกันว่าข่าวจะออกมาเป็นยังไง

ครอบครัวเราว่ายังไงบ้าง ?

เก้า  : หนูยังไม่ได้คุยกับคุณพ่อคุณแม่ พี่เขายังไม่ได้เจอคุณพ่อคุณแม่หนูเลย หนูก็ยังไม่ได้เจอพ่อแม่พี่เขาเหมือนกัน เพราะเราก็เพิ่งเริ่มคุยกัน มันก็เร็วมากที่จะพาไปเจอคนสำคัญในชีวิต

เก้า สุภัสสรา

งานช่อง 3 ปีนี้ เป็นยังไงบ้าง ?

เก้า  : สีสันดีค่ะ มีความสนุก มีความงานวัด มีความเชพบ๊ะ ๆ โจ๊ะ ๆ นิดหนึ่ง ก็ได้ทำหลายอย่างอยู่ มีเต้น ร้อง สนุกดี จำท่าไม่ได้ (หัวเราะ)

ได้ขึ้นขบวนแห่ หรือได้เดินขบวนพาเหรดไหม ?

เก้า  : เป็นพาเหรด ขึ้นรถ รวม ๆ กับเพื่อน ๆ ค่ะ มีแสดงโชว์กับเพื่อน ๆ

ปีนี้เขาแบ่งกันยังไง มีทั้งนักแสดงเก่า นักแสดงใหม่ด้วย ?

เก้า  : ไม่ทราบเลยค่ะ ไม่รู้ว่าเขาแบ่งกันยังไง

ปีที่แล้วไม่ได้อยู่ในขบวน ปีนี้ได้อยู่แล้ว หลายคนจับตามอง ?

เก้า  : ก็มีคนจับตามอง ดูทางโซเชียลบ้าง ดูในทวิตเตอร์ ดูตามแฮชแท็ก ว่ามีคนอยากเห็นเราออกมาเยอะ ๆ ว่าทำอะไรบ้าง เต้นอะไรบ้าง ก็ดีใจที่แฟน ๆ รอดู

ได้ขึ้นรถ แฟน ๆ จับตาดู ดีใจไหม ?

เก้า  : ปีที่แล้วก็เดินเหมือนเพื่อน ๆ ทุกอย่างเลย ปีนี้ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันพิเศษขนาดนั้น ทุกคนก็ได้ขึ้นรถปกติค่ะ

ตอนนี้ก็มีคนวิจารณ์ว่า ช่องพยายามดันเด็กใหม่ ๆ มากกว่าคนที่สร้างเรตติ้งให้ช่อง ?

เก้า  : (หัวเราะ) ไม่เห็น หนูก็ไม่รู้เหมือนกัน ถามว่าน้อยใจไหม ไม่เคยนอยด์อยู่แล้ว เราทำตามหน้าที่เรา เราอยู่ช่องใหญ่ ก็ถือว่าใหม่สำหรับเขาด้วย ไม่ได้มีคิดมาก ไม่เคยมีประเด็นนี้ค่ะ

เพื่อน ๆ นักแสดงมีใครนอยด์ไหม ว่าได้อยู่ด้านหลัง ๆ แบบนี้ ?

เก้า  : ไม่มีนะคะ ไม่ได้รับข่าวสารตรงนั้นเหมือนกัน

บางคนดราม่า ว่าเก้าไม่ได้ขึ้นรถ ?

เก้า  : แล้วแต่คนมอง หนูว่าอย่างที่บอก ไม่ได้อะไรตรงนั่นว่าฉันได้ขึ้น ฉันไม่ได้ขึ้น แต่จริง ๆ ทุกคนได้ขึ้นนะ เซตที่คนเดินพาเหรดปีที่แล้ว ก็ได้ขึ้นรถปีนี้นะ และทุกคนไม่ได้รู้สึกอะไร ทุกคนสนุกกับภาพรวมที่ให้ออกมาดีที่สุด

ถามเรื่องสัญญา เห็นบอกใกล้หมดแล้ว มีได้คุยบ้างยัง ?

เก้า : ยังเลย ไม่เห็นมีใครพูด อะไร ยังไม่ได้คุยถึงตรงนั้น

ผู้ใหญ่ ได้เรียกเข้าไปชี้แจงหรือยัง ?

เก้า  : ไม่มีค่ะ

จากที่เราอยู่มาเป็นยังไงบ้าง 3 ปี ?

เก้า  : ดีนะคะ ผู้ใหญ่ให้งานที่ดี ไม่ว่าจะเป็นคมแฝก มันมีบู๊ มีการท้าทายความสามารถของเรา เราไม่เคยทำมาก่อน เขาให้โอกาสเราทำ ถ้าเป็นคนอื่นเขาอาจจะไม่ให้ทำ เก้าตัวเล็กด้วยจะทำได้ยังไง หรือเรื่องที่ต้องเล่นร้าย ประกบกับพี่เบลล่า แล้วพี่เบลล่าเก่งมาก ๆ เลย ในความรู้สึกของหนู แล้วเราต้องมาเล่นร้ายกับพี่เขา จะมีคนให้โอกาสแบบนี้ หนูก็แฮปปี้ค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com

ปั๋ง ประกาศิต เผยอักษรย่อ น้อง ห. สาวในวงการกำลังเดินหน้าจีบอยู่

ปั๋ง ประกาศิต เป็นตัวพ่อเรื่องเจ้าชู้ของวงการบันเทิงเลยทีเดียว สำหรับ ปั๋ง วัย 51 ปี แต่ความเจ้าชู้ไม่เคยลดละลงเลย

ปั๋ง ประกาศิต ล่าสุดเจ้าตัวได้มาเปิดใจผ่านทางรายการคุยแซ่บ Show ทางช่อง ONE31 ที่มี ธัญญ่า ธัญญาเรศ และกิ๊ฟต์ วรรธนะ เป็นพิธีกร

พี่ปั๋งถือเป็นไอดอลของหลายคน?

ปั๋ง : “ใครเห็นเราเป็นไอดอลเจริญทุกคน ”

ตอนที่เจอพี่ครั้งแรกก็ไม่คิดหรอกว่าพี่เจ้าชู้ขนาดนี้?

ปั๋ง : “ต้องบอกว่าส่วนหนึ่งผมจะชอบพูด คนเข้าใจว่า พูดเล่น ถ้าสมัยก่อนใครมาถามว่าเจ้าชู้หลายคนก็จะไม่ตอบ ซึ่งเขามาถามพี่ว่าใครๆ ก็บอกว่าพี่เจ้าชู้ ไม่ต้องมีใครบอกกูนี่แหละบอกเองว่าตัวเองเจ้าชู้ แล้วหนักไปกว่านั้นไม่ได้เจ้าชู้อย่างเดียวนะมันบ้ากามด้วย

อายุ 51 ปีแล้ว ความบ้ากามยังเหลืออยู่ไหม?

ปั๋ง : “จะเหลือเหรอ ความบ้ากามมันไม่มีหมด มันมีแต่น้อยลง ตามสังขาร ตามวันเวลา ซึ่งส่วนหนึ่งถ้าเราดูแลร่างกายให้มันดีๆ มันก็จะอยู่กับเราไปได้นานๆ”

พีคสุดตอนอายุเท่าไหร่?

ปั๋ง : “ตอนนี้พี่ก็พีคอยู่นะครับ”

ถามย้อนกลับไป ทำไมยุคนั้นพี่ถึงพูดว่าตัวเองเจ้าชู้-บ้ากาม ออกทีวี หลายคนไม่กล้าพูด?

ปั๋ง : “อันนั้นเป็นสิทธิส่วนบุคคลของเขา พี่พูดเพราะพี่เป็นแบบนั้น พี่มีปรัชญาในการดำรงชีวิตง่ายๆ เลย คือไม่โกหก ตลก สุภาพ มันใช้ได้กับทุกเรื่อง”

พี่ประกาศว่าเจ้าชู้ เวลาไปจีบผู้หญิงเขาไม่กลัวพี่เหรอ?

ปั๋ง : “ก็แล้วแต่ถ้ากลัวก็ไม่ใช่ของเรา”

ส่วนใหญ่เขาเข้าหาพี่หรือพี่เข้าหาเขา?

ปั๋ง : “โห ผมเข้าหาเขา ไม่มีผู้หญิงที่ไหนเข้าหาผมหรอก อย่างดีก็แค่เข้ามาขอถ่ายรูป”

แล้วมีมั้ยพี่จีบคนที่เข้ามาขอถ่ายรูป?

ปั๋ง : “ประจำ คือถ้าผู้หญิงมาขอถ่ายรูปเขาไม่ชอบเราหรอก แต่ถ้าผู้ชายอ่ะไม่แน่ คือผมพรีเซ็นต์ความเป็นผู้ชายกล้าพูด แต่ผู้ชายบางคนไม่กล้าพูด เพราะบางทีเขาอาจจะไม่ได้เป็นแบบพี่ก็ได้ แต่บางคนเขาอาจจะอายก็ได้ แต่เราคิดว่าพูดความจริงไม่เป็นไร”

พี่เคยคบซ้อนมั้ย?

ปั๋ง : “ถ้าตอนมีแฟนไม่มี แอบๆ มีนิดๆ น้อยๆ หน่อยๆ แต่ไม่ถึงขั้นคบ อาชีพอย่างเราคนก็รู้อยู่แล้วว่าเรามีแฟน แต่ถ้าใครที่ยอมคุยเขาก็ต้องยอมมีสภาพแบบนี้อยู่แล้ว มันอาจจะเป็นความพอดีกัน หรือว่าเป็นเวรกรรมแต่ชาติปางก่อน”

เวลาจีบผู้หญิงมันดูที่หน้าตาอย่างเดียวมั้ย?

ปั๋ง : ไม่เลย มันก็ต้องผสมกันไป

แล้วถ้าวันนึงอยากจีบผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วเขาไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้พี่จะทำยังไง?

ปั๋ง : “คือจริงๆ ตอนมีแฟนก็ไม่ได้ชั่วอะไรขนาดนี้ จะเจ้าชู้น้อยมาก”

ปั๋ง ประกาศิต

เห็นว่าพี่มีกฎเหล็กจะไม่จีบคนที่มีเจ้าของ?

ปั๋ง : “ใช่ๆ แต่ไม่ได้เป็นคนดีอะไรนะ แต่กลัวตัวเองซวย คือมีอยู่ครั้งหนึ่ง มีคนเอาน้ำยาลอกสีมาราดรถรอบคัน โดนทำร้ายร่างกายก็มีบ้าง แต่เราก็พยายามหลบเพื่อไม่ให้เป็นข่าว”

เห็นว่าพี่ไม่ชอบซื้อกิน?

ปั๋ง : “ก็ใช่เลยแหละ เอาง่ายๆ เลยพี่รู้สึกว่าเซ็กซ์เป็นของมีค่า เซ็กซ์เป็นศิลปะ ถ้าพี่จะได้มาด้วยการไปซื้อ พี่ก็เลือกที่จะไม่ซื้อ เพราะพี่เลือกคนที่เขามีใจกับพี่แล้วไม่ต้องสวยมาก ดีกว่าคนสวยที่เราไม่รู้ว่าเขามีใจให้เราหรือเปล่า เพราะเราเอาเงินไปซื้อเขามา”

แล้วเรื่องโรคพี่ไม่กลัวหรอ?

ปั๋ง : “ก็ป้องกันสิครับ พี่เคยเป็นวิทยากรเรื่องนี้ไปแนะนำตามโรงเรียน ตามมหาวิทยาลัย”

พี่เคยนับไหมว่าผ่านมาแล้วกี่คน?

ปั๋ง : “ไม่เคย”

แล้วการเจ้าชู้มีข้อเสียอะไรบ้าง?

ปั๋ง : “มีแน่ๆ ถ้าเป็นคนพุทธก็ผิดศีลข้อ 3 ถ้ารักจะเป็นแบบนี้ต้องอย่ามีแฟน อย่าแต่งงาน เพราะถ้าแต่งไปก็สร้างความบรรลัยให้กับทุกคนไม่เว้นแม้แต่ตัวเอง”

ขอถามถึงเหตุผลที่เลิกกับแฟนคนล่าสุดหน่อย?

ปั๋ง : “เขาอยากแต่งงาน แต่พี่ยังรักอิสระอยู่ คนนี้แหละที่บอกว่าเวลามีแฟนแล้วความชั่วน้อยลง ในขณะเดียวกันพี่สังเกตเขา เขาก็ยังไม่พร้อมหรอก”

พี่ปั๋งเจ้าชู้แบบนี้ แต่พี่ก็เคยร้องไห้ให้ผู้หญิงมาแล้ว?

ปั๋ง : “มันก็ธรรมดา มีความรู้สึกผูกพัน มันเป็นความรัก ถ้าเกิดเปลี่ยนสถานะภาพ มันก็ต้องเสียใจเป็นธรรมดา”

ตอนนี้พี่ปั๋งก็มีแฟนแล้ว?

ปั๋ง : “ยังไม่ใช่แฟน ผมไปจีบเขา เขาเป็นชาวต่างชาติอยู่ในวงการบันเทิง ชื่อ น้อง ห. จีบให้ติดแล้วจะบอก อายุห่างกันเกือบสองรอบ ถามว่าชอบเขาตรงไหน ก็เขาสวยเซ็กซี่ เรารู้จักกันนานแล้ว แล้วหายไปแล้วกลับมาคุยกันได้ไม่นาน”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com