ปั๋ง ประกาศิต เผยอักษรย่อ น้อง ห. สาวในวงการกำลังเดินหน้าจีบอยู่

ปั๋ง ประกาศิต เป็นตัวพ่อเรื่องเจ้าชู้ของวงการบันเทิงเลยทีเดียว สำหรับ ปั๋ง วัย 51 ปี แต่ความเจ้าชู้ไม่เคยลดละลงเลย

ปั๋ง ประกาศิต ล่าสุดเจ้าตัวได้มาเปิดใจผ่านทางรายการคุยแซ่บ Show ทางช่อง ONE31 ที่มี ธัญญ่า ธัญญาเรศ และกิ๊ฟต์ วรรธนะ เป็นพิธีกร

พี่ปั๋งถือเป็นไอดอลของหลายคน?

ปั๋ง : “ใครเห็นเราเป็นไอดอลเจริญทุกคน ”

ตอนที่เจอพี่ครั้งแรกก็ไม่คิดหรอกว่าพี่เจ้าชู้ขนาดนี้?

ปั๋ง : “ต้องบอกว่าส่วนหนึ่งผมจะชอบพูด คนเข้าใจว่า พูดเล่น ถ้าสมัยก่อนใครมาถามว่าเจ้าชู้หลายคนก็จะไม่ตอบ ซึ่งเขามาถามพี่ว่าใครๆ ก็บอกว่าพี่เจ้าชู้ ไม่ต้องมีใครบอกกูนี่แหละบอกเองว่าตัวเองเจ้าชู้ แล้วหนักไปกว่านั้นไม่ได้เจ้าชู้อย่างเดียวนะมันบ้ากามด้วย

อายุ 51 ปีแล้ว ความบ้ากามยังเหลืออยู่ไหม?

ปั๋ง : “จะเหลือเหรอ ความบ้ากามมันไม่มีหมด มันมีแต่น้อยลง ตามสังขาร ตามวันเวลา ซึ่งส่วนหนึ่งถ้าเราดูแลร่างกายให้มันดีๆ มันก็จะอยู่กับเราไปได้นานๆ”

พีคสุดตอนอายุเท่าไหร่?

ปั๋ง : “ตอนนี้พี่ก็พีคอยู่นะครับ”

ถามย้อนกลับไป ทำไมยุคนั้นพี่ถึงพูดว่าตัวเองเจ้าชู้-บ้ากาม ออกทีวี หลายคนไม่กล้าพูด?

ปั๋ง : “อันนั้นเป็นสิทธิส่วนบุคคลของเขา พี่พูดเพราะพี่เป็นแบบนั้น พี่มีปรัชญาในการดำรงชีวิตง่ายๆ เลย คือไม่โกหก ตลก สุภาพ มันใช้ได้กับทุกเรื่อง”

พี่ประกาศว่าเจ้าชู้ เวลาไปจีบผู้หญิงเขาไม่กลัวพี่เหรอ?

ปั๋ง : “ก็แล้วแต่ถ้ากลัวก็ไม่ใช่ของเรา”

ส่วนใหญ่เขาเข้าหาพี่หรือพี่เข้าหาเขา?

ปั๋ง : “โห ผมเข้าหาเขา ไม่มีผู้หญิงที่ไหนเข้าหาผมหรอก อย่างดีก็แค่เข้ามาขอถ่ายรูป”

แล้วมีมั้ยพี่จีบคนที่เข้ามาขอถ่ายรูป?

ปั๋ง : “ประจำ คือถ้าผู้หญิงมาขอถ่ายรูปเขาไม่ชอบเราหรอก แต่ถ้าผู้ชายอ่ะไม่แน่ คือผมพรีเซ็นต์ความเป็นผู้ชายกล้าพูด แต่ผู้ชายบางคนไม่กล้าพูด เพราะบางทีเขาอาจจะไม่ได้เป็นแบบพี่ก็ได้ แต่บางคนเขาอาจจะอายก็ได้ แต่เราคิดว่าพูดความจริงไม่เป็นไร”

พี่เคยคบซ้อนมั้ย?

ปั๋ง : “ถ้าตอนมีแฟนไม่มี แอบๆ มีนิดๆ น้อยๆ หน่อยๆ แต่ไม่ถึงขั้นคบ อาชีพอย่างเราคนก็รู้อยู่แล้วว่าเรามีแฟน แต่ถ้าใครที่ยอมคุยเขาก็ต้องยอมมีสภาพแบบนี้อยู่แล้ว มันอาจจะเป็นความพอดีกัน หรือว่าเป็นเวรกรรมแต่ชาติปางก่อน”

เวลาจีบผู้หญิงมันดูที่หน้าตาอย่างเดียวมั้ย?

ปั๋ง : ไม่เลย มันก็ต้องผสมกันไป

แล้วถ้าวันนึงอยากจีบผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วเขาไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้พี่จะทำยังไง?

ปั๋ง : “คือจริงๆ ตอนมีแฟนก็ไม่ได้ชั่วอะไรขนาดนี้ จะเจ้าชู้น้อยมาก”

ปั๋ง ประกาศิต

เห็นว่าพี่มีกฎเหล็กจะไม่จีบคนที่มีเจ้าของ?

ปั๋ง : “ใช่ๆ แต่ไม่ได้เป็นคนดีอะไรนะ แต่กลัวตัวเองซวย คือมีอยู่ครั้งหนึ่ง มีคนเอาน้ำยาลอกสีมาราดรถรอบคัน โดนทำร้ายร่างกายก็มีบ้าง แต่เราก็พยายามหลบเพื่อไม่ให้เป็นข่าว”

เห็นว่าพี่ไม่ชอบซื้อกิน?

ปั๋ง : “ก็ใช่เลยแหละ เอาง่ายๆ เลยพี่รู้สึกว่าเซ็กซ์เป็นของมีค่า เซ็กซ์เป็นศิลปะ ถ้าพี่จะได้มาด้วยการไปซื้อ พี่ก็เลือกที่จะไม่ซื้อ เพราะพี่เลือกคนที่เขามีใจกับพี่แล้วไม่ต้องสวยมาก ดีกว่าคนสวยที่เราไม่รู้ว่าเขามีใจให้เราหรือเปล่า เพราะเราเอาเงินไปซื้อเขามา”

แล้วเรื่องโรคพี่ไม่กลัวหรอ?

ปั๋ง : “ก็ป้องกันสิครับ พี่เคยเป็นวิทยากรเรื่องนี้ไปแนะนำตามโรงเรียน ตามมหาวิทยาลัย”

พี่เคยนับไหมว่าผ่านมาแล้วกี่คน?

ปั๋ง : “ไม่เคย”

แล้วการเจ้าชู้มีข้อเสียอะไรบ้าง?

ปั๋ง : “มีแน่ๆ ถ้าเป็นคนพุทธก็ผิดศีลข้อ 3 ถ้ารักจะเป็นแบบนี้ต้องอย่ามีแฟน อย่าแต่งงาน เพราะถ้าแต่งไปก็สร้างความบรรลัยให้กับทุกคนไม่เว้นแม้แต่ตัวเอง”

ขอถามถึงเหตุผลที่เลิกกับแฟนคนล่าสุดหน่อย?

ปั๋ง : “เขาอยากแต่งงาน แต่พี่ยังรักอิสระอยู่ คนนี้แหละที่บอกว่าเวลามีแฟนแล้วความชั่วน้อยลง ในขณะเดียวกันพี่สังเกตเขา เขาก็ยังไม่พร้อมหรอก”

พี่ปั๋งเจ้าชู้แบบนี้ แต่พี่ก็เคยร้องไห้ให้ผู้หญิงมาแล้ว?

ปั๋ง : “มันก็ธรรมดา มีความรู้สึกผูกพัน มันเป็นความรัก ถ้าเกิดเปลี่ยนสถานะภาพ มันก็ต้องเสียใจเป็นธรรมดา”

ตอนนี้พี่ปั๋งก็มีแฟนแล้ว?

ปั๋ง : “ยังไม่ใช่แฟน ผมไปจีบเขา เขาเป็นชาวต่างชาติอยู่ในวงการบันเทิง ชื่อ น้อง ห. จีบให้ติดแล้วจะบอก อายุห่างกันเกือบสองรอบ ถามว่าชอบเขาตรงไหน ก็เขาสวยเซ็กซี่ เรารู้จักกันนานแล้ว แล้วหายไปแล้วกลับมาคุยกันได้ไม่นาน”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

เง็ก กัลยา เปิดใจความรู้สึกวันที่ถูกพรากลูกชายไปจากอกนานนับ 10 ปี

เง็ก กัลยา โลดแล่นอยู่ในวงการมานานพอสมควร สำหรับนักแสดงมากฝีมืออย่าง เง็ก

เง็ก กัลยา เธอนั้นเคยแต่งงานมาแล้ว แต่น้อยครั้งที่เจ้าตัวจะพูดถึงเรื่องครอบครัว ล่าสุดเจ้าตัวได้มาเปิดใจผ่านทางรายการคุยแซ่บ Show ทางช่อง one31 ที่มี หนิง ปณิตา และ ธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกร

อยู่วงการมานาน เคยแต่งงานมาแล้ว แต่ไม่เคยพูดเรื่องครอบครัวเลย?

เง็ก : “ใช่ค่ะ ส่วนมากจะไม่ค่อยพูดเรื่องครอบครัวสักเท่าไหร่ คือมันผ่านมานานมาก เพราะตอนนี้ลูกชายก็ 20 ปีแล้ว ซึ่งตอนที่แต่งก็แต่งกันเงียบๆ ไม่ได้หวือหวาหรือมีพิธีใหญ่โตอะไร”

ปิดข่าวเรื่องครอบครัวจริงหรือเปล่า?

เง็ก : “มันก็ไม่ได้ถึงขั้นปิดข่าวนะคะ คือช่วงที่เรามีสามี มีครอบครัว ก็เลี้ยงลูกใช้ชีวิตไปตามปกติ แต่ด้วยผ่านมาสักระยะ เราอยู่ด้วยกันไม่ได้ก็เลยต้องแยกทางกันไป ใช้ชีวิตคู่ได้สักประมาณ 4 ปีกว่าค่ะ”

เหตุผลหลักที่ต้องตัดสินใจแยกทางกับสามีคืออะไร?

เง็ก : “เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ การที่ผู้ชายเจ้าชู้อะไรแบบนี้ ถึงแม้ว่าจะผ่านมาแล้วเรื่องมันก็จบ แต่ในความรู้สึกลึกๆ ของเราแล้ว เรารู้สึกได้เลยว่าอันนี้มันไม่ใช่ แล้วพอมันเริ่มรู้สึกเยอะๆ เราก็จะเป็นคนที่แบบว่าตัดออกเลย ก็ปล่อยเขาไป”

เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเพราะว่าเราแต่งงานเร็วไปหรือเปล่า?

เง็ก : “จริงๆ มันก็เห็นกันมานั่นแหละ แต่ไม่คิดว่ามันจะมาเป็นแบบนี้ พอมีเหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำๆ ก็เลยต้องตัดสินใจแยกกันไปดีกว่า ก็คิดอยู่นานนะ จนถึงวันที่เรารู้สึกแบบไม่ไหวแล้ว แล้วเราเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรแบบนี้ มันรู้สึกแบบจี้หัวใจ คิดแล้วรู้สึกมันเจ็บ i99bet  ก็เลยตัดสินใจไม่เอาแล้วดีกว่า น่าจะแยกทางกัน”

หลังจากแยกทางกัน ก็ไม่ได้เจอลูกอีกเลย เกิดอะไรขึ้น?

เง็ก : “ก็ช่วงแรกๆ มีการตกลงว่าเราจะจัดการดูแลลูกคนละอาทิตย์ ผ่านไปสักพักเขาก็พาลูกย้ายโรงเรียนหนีเราไปเลย ตอนนั้นเราตกใจมาก เราก็ตามหาไปจนทั่วนะคะ แต่ก็ไม่เจอ ก็หามาเรื่อยๆ จนได้มีการพูดคุยกับตัวเขา แล้วเขาก็ขอเอาลูกไปเลี้ยงเอง หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้เจอลูกอีกเลย สาเหตุที่ไม่ให้เราเจอลูก ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเหตุผลของเขาคืออะไร”

แสดงว่าตอนที่ตัดสินใจแยกทางกันจบกันด้วยไม่ดี?

เง็ก : “ใช่ค่ะ จบไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คือมันมีเรื่องเข้ามา อาจจะมีเรื่องผู้หญิงหรือมือที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง แล้วเราก็ตัดสินใจออกมาจากตรงนั้น”

ปล่อยให้ลูกไปอยู่กับแม่เลี้ยง รู้สึกลำบากใจไหม?

เง็ก : “คือเราบังคับมันไม่ได้ ในเมื่อเรื่องราวมันเป็นแบบนี้ และสุดท้ายเราก็ต้องปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ถึงเราจะเสียใจร้องไห้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ก็ต้องอยู่ไป คือต้องบอกว่าเรื่องลูกเป็นอะไรที่เซนซิทีฟมาก เวลาไปกองถ่ายเจอใครที่พาลูกมา ก็จะร้องไห้ตลอดเลย”

เสียใจกับการที่ไม่ได้เจอลูกนานแค่ไหน?

เง็ก : “ก็ผ่านมาสักพักนึงค่ะ แต่เราก็พยายามทำทุกอย่างที่จะได้เจอเขา แล้วได้เขากลับมาอยู่กับเรา ก็โดนแกล้ง โดนหลอกอยู่ตลอด บางทีโทรหาเราว่าลูกอยู่ที่นั่นที่นี่ เราก็รีบตามไปเพื่อจะเจอ แต่พอไปถึงปรากฏว่าไม่มี ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาต้องการอะไร ทำไปเพื่ออะไร เวลาลูกไปโรงเรียนงานกีฬาสีอะไร เราก็ได้แต่ไปแอบดู ก็เป็นแบบนี้มาตลอดค่ะ จนวันหนึ่งก็มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งมาบอกว่า เดี๋ยวเวลาผ่านไปเราจะได้เจอลูกเอง เวลาเขาโต เขาก็จะมาหาเราเอง ซึ่งมันก็คือเรื่องจริง”

เง็ก กัลยา

และวันที่ได้เจอลูกจริงๆ ก็มาถึง เล่าให้ฟังหน่อย?

เง็ก : “อย่างที่บอกค่ะ เราก็ได้เล่าให้ผู้ใหญ่ท่านนี้ฟัง แล้วเขาก็ช่วยพูดให้ หลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆ ผ่อนลง ให้เราได้มีโอกาสเจอลูกบ้าง ซึ่งมันก็เป็นเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นมา ความรู้สึกที่เจอกันคือเหมือนเราเจอแฟน เหมือนรักแรกพบ เจอแล้วตื่นเต้น หัวใจมันเต้นแรง มันดีใจมาก หัวใจเรามันพองโต ก็ร้องไห้เลยค่ะ ถึงแม้ว่าตอนนั้นเขาอาจจะยังไม่โตมาก และยังไม่ค่อยจะรู้เรื่องอะไร แต่เราก็ดีใจที่ได้เห็นพัฒนาการแต่ละช่วงวัยของเขา หลังจากนั้นเราก็เจอกันบ่อยขึ้น”

อยากจะบอกอะไรถึงลูกชายไหม?

เง็ก : “ก็รักเขาอยู่แล้วค่ะ เพราะถึงยังไงก็เป็นลูกของเรา อยากให้เขาดูแลตัวเองดีๆ ตั้งใจเรียนหนังสือ ถึงยังไงแม่ก็รักลูกนะ”

ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ รู้สึกยังไงบ้าง ยังโกรธอดีตสามีอยู่ไหม?

เง็ก : “มันก็ผ่านมานานแล้วนะ ซึ่งตอนนี้เราก็ดีต่อกันแล้ว ตามความรู้สึกของเรา คือเรื่องมันก็ผ่านไปแล้วนะ เราก็รู้สึกโอเคขึ้น อีกอย่างก็ไม่ได้ไปยึดติดอะไร เหมือนฟ้าเขาลิขิตมาเป็นแบบนี้ เราก็ต้องก้าวเดินต่อไปคิดว่าคงไม่นานหรอก มันเป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้นแหละ”

พูดถึงตัวเองบ้าง เห็นว่าตอนนี้ก็มีแฟนหนุ่มดูแลอยู่?

เง็ก : “ก็มีอยู่ค่ะ คือจริงๆแล้วเป็นเพื่อนกันอยู่กันมาตั้งนานแล้ว มันก็ มีเป็นช่วงที่เราแยกกันไปแล้วก็กลับมาคบกันใหม่ รวมๆ แล้วก็ประมาณ 17 ปี เรื่องทุกอย่างของเราเขาก็รับรู้นะ คือเขาจะเป็นคนที่ค่อนข้างใจเย็น อยู่กับเราได้ เพราะเราเป็นคนที่ค่อนข้างใจร้อน จะต้องมีคนที่คอยช่วยเบรคเราตลอด ถึงจะอยู่กันได้ยาวค่ะ”

คบกันมาก็นาน มีคุยเรื่องแต่งงานกันบ้างหรือเปล่า?

เง็ก : “คือต้องบอกว่าเขาจะเป็นคนขี้อาย เพื่อนเราหลายคนก็เชียร์นะ แต่สำหรับเราคือมีความรู้สึกว่า เราลูก 20 ปีแล้วนะ จะมานั่งแต่งงานอะไรอีก มันไม่ได้เกี่ยวกับการแต่งงานแล้วนะ ไม่ใช่ว่าแต่งงานแล้วทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นการครอบครอง มันไม่ใช่นะ คือการแต่งงานมันไม่ใช่บทสรุปว่าผู้ชายคนนี้จะต้องอยู่กับเราไปตลอดเวลา พอผู้ชายออกจากบ้านไป จะไปอยู่ที่ไหนเราก็ไม่รู้แล้ว คือมันตามไม่ได้หรอก เพราะฉะนั้นเราอยู่ด้วยกันใช้ความเชื่อใจกันดีกว่า”

เข็ดกับเรื่องที่เจอมาในอดีตหรือเปล่า?

เง็ก : “มันก็ไม่ได้เข็ดขนาดนั้นนะคะ คือถ้าเราจะคบใคร เราต้องดูนิสัย ดูใจคอ ดูว่าเขาเป็นยังไง ถ้ามาแบบใจร้อนอะไร ก็อยู่กับเราไม่ได้หรอกค่ะ”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…